การท่าเรือ เอฟซี “ซื้อเยอะ แต่ทำไมมือเปล่า”

การท่าเรือ เอฟซี “ซื้อเยอะ แต่ทำไมมือเปล่า”

นับตั้งแต่ มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ ก้าวเข้ามารับตำแหน่งประธานสโมสร การท่าเรือ เอฟซี ก็กลายสภาพเป็นทีมที่มีสถานะร่ำรวย เพราะไม่ว่าจะอยากได้โค้ช หรือนักเตะคนไหน สิงห์เจ้าท่าก็คว้ามาได้

เกือบหมด และโดยเฉพาะในช่วง 2-3 ฤดูกาลล่าสุด ที่มาดามแป้งลงทุนหนักกว่าใคร แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมีแค่แชมป์ FA CUP ปี 2019 ซึ่งอะไร คือ สาเหตุที่ทำยอดทีมจากคลองเตยไม่สมหวังแบบสุดใจเสียที วันนี้เราจะมาวิเคราะห์กัน          

การซื้อตัวของ การท่าเรือ เอฟซี มีนโยบายชัดเจนว่าบอร์ดบริหารและมาดามแป้ง เป็นผู้พิจารณาการซื้อตัว ซึ่งเมื่อเจาะลึกลงไปจะพบว่านักเตะที่ถูกดึงมาล้วนเป็นดาวดังที่มีชื่อเสียง โดยไม่คำนึงว่าซื้อมาแล้วจะได้ใช้หรือไม่ หรือซื้อมาแล้วจะเคมีเข้ากับทีมเหลือเปล่า

อีกทั้งบางทีนักเตะรายนั้นๆเคยเก่งแต่ฟอร์มตกมานานแล้ว อาทิ ชาริล ชัปปุยส์ ฉะนั้นการที่ สิงห์เจ้าท่า ซื้อแมวที่ถูกย้อมมา มันจึงทำให้นักเตะเหล่านั้นเสียของและไม่ได้ใช้ สุดท้ายนักเตะหลายรายต้องถูกดองเค็ม ถูกปล่อยยืม หรือปล่อยออกจากทีมทั้งที่เล่นไม่กี่นัด

การท่าเรือ เอฟซี “ซื้อเยอะ แต่ทำไมมือเปล่า”
การท่าเรือ เอฟซี “ซื้อเยอะ แต่ทำไมมือเปล่า”

หากใครดู การท่าเรือ เอฟซี ลงเล่นประจำ จะพบว่าตำแหน่งผู้รักษาประตูและกองหลัง คือ ตำแหน่งที่ทีมต้องการมากที่สุด แต่ในช่วง 2-3 ปีหลัง มาดามแป้ง ไปเน้นการซื้อตัวแต่กองหน้าและแนวรุก อีกทั้งการซื้อยังเอาเข้ามาในจำนวนที่มากเกินความจำเป็น

กระทั่งตำแหน่งของนักเตะเกิดการทับซ้อน อาทิ กองหน้าเป้า ควรมี 1-2 คน แต่ในทีมกลับมี 3-4 ราย ทำให้ภาพที่ปรากฏยาม สิงห์เจ้าท่า ลงแข่ง คือ เอากองหน้าไปเล่นปีก เอากองหน้าไปเล่นกองกลาง ซึ่งแน่นอนว่าทีมเวิร์คเกิดยาก เพราะต้องหาที่ลงให้นักเตะทั้งๆที่ไม่ใช่ตำแหน่งถนัด ขณะที่เกมรับก็เสียประตูอยู่เรื่อย ฉะนั้นในเมื่อหน้าไม่ดี หลังก็แย่ ผลงานที่ดีก็ไม่เกิด

การท่าเรือ เอฟซี “ซื้อเยอะ แต่ทำไมมือเปล่า”
การท่าเรือ เอฟซี “ซื้อเยอะ แต่ทำไมมือเปล่า”

ในช่วงที่ มาดามแป้ง เข้ามารับตำแหน่งใหม่ๆ จะเห็นได้ว่าช่วงนั้นมีการใช้โค้ชชาวต่างชาติ กระทั่งในช่วงหลัง ท่านประธานสโมสรกล่าวว่าใช้โค้ชต่างชาติแล้วไม่โอเค แต่กระนั้นใครๆก็ทราบว่าโค้ชต่างชาติมักอยู่ไม่นาน เพราะไม่ชื่นชอบการแทรกแซงจากเบื้องบน

ทำให้การดึงโค้ชเข้ามาทำงานจะเน้นไปที่คนไทย แต่กระนั้นคนที่ยอมรับแนวทางนี้ได้ อาจไม่ได้มาพร้อมกับศักยภาพที่จะคุมทีมใหญ่ หรือคุมนักเตะซุปตาร์ให้อยู่ รวมถึงการแบกรับความกดดันกับเป้าหมายที่สูงลิบ

          จาก 3 ปัจจัยเหล่านี้ จึงอาจกล่าวได้ว่าเป็นแนวทางการบริหารทีมที่ผิดฝาผิดตัวและเกาไม่ถูกที่คัน ซึ่งต่อให้ทุ่มเงินไปเท่าไร มันก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ ตรงข้ามกับการบริหารอย่างเป็นระบบ ที่อาจช่วยให้การท่าเรือ เอฟซี ประสบความสำเร็จ โดยไม่ต้องใช้เงินมากมายขนาดนี้

การท่าเรือ เอฟซี “ซื้อเยอะ แต่ทำไมมือเปล่า”
การท่าเรือ เอฟซี “ซื้อเยอะ แต่ทำไมมือเปล่า”

ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ tarutaofc.com