ศรีสะเกษ เอฟซี บทสรุปของ อีสาน ยูไนเต็ด

“ชัยชนะเหนือบัลลังก์ ที่ผู้คนสาปแช่ง”

บทสรุปของ อีสาน ยูไนเต็ด “ชัยชนะเหนือบัลลังก์ ที่ผู้คนสาปแช่ง”

ข่าวใหญ่ของวงการฟุตบอลไทยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ คงไม่มีข่าวไหนจะแรงไปกว่าการตัดสินของศาลสูงสุด ต่อเรื่องสิทธิ์การทำทีมระหว่าง ศรีสะเกษ เอฟซี กับ อีสาน ยูไนเต็ด ซึ่งสุดท้ายแล้วตัดสินให้ อีสาน ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายชนะคดี ทำให้นับจากนี้ต้องคืนสิทธิ์ทำทีม มีการชดเชยค่าเสียหายราว 18 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย

นั่นจึงเท่ากับเป็นการปิดฉากความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวงที่มีมานานเกือบ 1 ทศวรรษ อีกทั้งมันเป็นการปิดตำนานทีมระดับตำนานที่มีแฟนบอลเหนียวแน่นอย่าง ศรีสะเกษ เอฟซี ลงไปด้วย โดยในบทความนี้จะมาสรุปและกล่าวถึงตัวแปรที่ชี้ชัดผลแพ้ชนะในคดีนี้ให้กระจ่าง

      ย้อนกลับไปในปี 2009 หลังจากสมาคมฟุตบอลได้กำหนดนโยบาย 1 สโมสร 1 จังหวัด เพื่อสร้างลีกระดับภูมิภาคขึ้นมา ก็ได้มีการกำหนดเพิ่มเติมเพื่อผลักดันให้สโมสรฟุตบอลมีความเป็นมืออาชีพ ด้วยการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ซึ่งสโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ เอฟซี ได้จดทะเบียนในชื่อ “บริษัท สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ จำกัด” โดยมีหุ้นส่วน 3 คน ได้แก่ ธเนศ เครือรัตน์ (ประธานสโมสร), สรศาสตร์ ศรีธัญรัตน์ (ผู้จัดการทีม) และ สมบัติ เกียรติสุรนนท์ (ฝ่ายสิทธิประโยชน์)

      กระทั่งในปี 2012 ปัญหาได้เกิดขึ้นเมื่อ สรศาสตร์ ศรีธัญรัตน์ (ผู้จัดการทีม) และ สมบัติ เกียรติสุรนนท์ (ฝ่ายสิทธิประโยชน์) มีความพยายามจะโยกย้ายทีมไปอยู่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งไม่มิอาจทราบได้ว่าเป็นเพราะเหตุใด แต่หากว่ากันตามเอกสารแล้วสามารถทำได้ เพราะความประสงค์ 2 ใน 3 ของถือหุ้น อีกทั้งในนามของบริษัทก็สามารถโยกย้ายไปที่ไหนก็ได้ กระนั้นในแง่มุมของแฟนบอล ย่อมเสียความรู้สึกและเสมือนถูกพรากของรักไป

ทำให้กระแสต่อต้านจากแฟนบอลกูปรีเกิดขึ้นและสาปส่งความโกรธแค้นไปยัง 2 ผู้บริหาร ที่หักหาญน้ำใจกันแบบนี้ ส่วนทางฝั่ง ธเนศ เครือรัตน์ (ประธานสโมสร) ได้รับแรงสนับสนุนจากแฟนบอลมีอย่างเต็มเปี่ยม จากนั้นในปี 2013 สมาคมได้แต่งตั้ง ถิรชัย วุฒิธรรม ขึ้นมาเป็นกรรมการพิเศษ แล้วได้ตัดสินให้สิทธิ์การทำทีมกลับไปอยู่ในมือ ศรีสะเกษ พร้อมกับความดีใจของแฟนบอลกูปรี แต่อย่างไรเสียเรื่องราวมันไม่จบ เพราะ อีสาน ยูไนเต็ด ได้ยื่นเรื่องฟ้องศาลเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม    

การตัดสินในชั้นศาลเมื่อปี 2016 อีสาน ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายชนะคดี แต่ทางฝั่ง ธเนศ เครือรัตน์ ไม่ยอมแพ้ จึงทำได้ทำการยื่นอุทธรณ์ กระทั่งเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุดชี้ขาดในคดีนี้ด้วยการยืนตามคำพิพากษาเดิม นั่นจึงทำให้สิทธิ์และการชดเชยต้องกลับไปอยู่ในมือของ อีสาน ยูไนเต็ด ซึ่งถ้าหากว่ากันตามประมวลกฎหมาย คนเสียงข้างมากมีความได้เปรียบ แต่ในแง่ของอารมณ์และความรู้สึกของแฟนบอล ย่อมเสียใจและสาปส่งถึง 2 ผู้บริหารที่พรากทีมไปจากถิ่นศรีนครลำดวน

ส่วนหลังจากนี้ อีสาน ยูไนเต็ด จะได้ลงเล่น T1 (ตามสิทธิ์ที่ถูกริบไป) หรือ T3 (สิทธิ์ในปัจจุบัน) ก็คงต้องขึ้นกับการตีความจากฝ่ายกฎหมายของสมาคมฟุตบอล ซึ่งหากการตีความออกว่าต้องเล่น T1 ก็คงเป็นอะไรที่วุ่นวายมิใช่น้อย สุดท้ายสำหรับแฟนบอลทั่วๆไป ศรีสะเกษ อาจไม่ใช่ทีมชั้นนำของประเทศ แต่ในแง่ของปรากฏการณ์กองทัพสีส้มที่แน่นขนัดทุกครั้งยามออกไปเยือน จะเป็นสิ่งที่ติดตาพวกเราตลอดไป

ติดตามความ Sport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover