Categories
Sport

“กว่าจะจบ เกือบไม่ทันเคอร์ฟิว”

เชียงราย เจอฝนถล่ม แต่ก็แข่งจบและเฉือนชนะ ขอนแก่น 1-0

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 9 ในส่วนของคู่วันเสาร์ ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ผลงานในบ้านยังเป็นปัญหาคาใจว่าไม่ค่อยชนะใคร วันนี้จะมีโอกาสแก้มือด้วยการเจอกับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ที่ตอนนี้รั้งโซนแดงและต้องการทุกแต้มเพื่อการอยู่รอด สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านปรับมาเล่น 4-3-3 ส่วนทางฝั่งทีมเยือนยังยึด 3-5-2 เหมือนเดิม

เกมการแข่งขันใน 13 นาทีแรก ฝนตกหนักแต่ก็ยังเห็นถึงรูปแบบการเข้าทำของ เชียงราย คือ ผู้เล่นที่อยู่ทางฝั่งซ้าย ไม่ว่าจะแบ็คหรือปีก จะช่วยกันลากและจี้บอลเพื่อให้แนวรับขอนแก่นดันตัวเองขึ้นมา จากนั้นเมื่อพื้นที่หลังไลน์เปิด ก็จะจัดการแทงหรือวางยาวไปให้กองหน้าฝั่งซ้ายอย่าง เฟลิเป้ พาบอลไปเปิดหรือโจมตี กระทั่งเม็ดฝนหนาและเริ่มท่วมสนาม ผู้ตัดสินจึงตัดสินใจพักเกมคราวชั่วคราวราว 1 ชั่วโมงครึ่ง

       เกมกลับมาเริ่มแข่งกันต่อในนาทีที่ 13 แล้วให้หลังไม่กี่นาที ทีมเยือนมาเสียจุดโทษจากความพยายามที่จะเคลียร์บอล แต่บอลดันเลยขามาโดนแขน ทำให้ บิลล์ สังหารพา เชียงราย ขึ้นนำ 1-0 จากนั้น ขอนแก่น ก็พยายามจะทวงประตูตีเสมอ แต่การที่แนวรับเจ้าบ้านถอยไปรับลึก ทำให้ต้องอาศัยการยิงไกลเป็นส่วนใหญ่ กระนั้นด้วยปัจจัยพื้นสนามยังมีน้ำขัง มันก็เกือบจะช่วยให้ จงอางผยอง ตีเสมอ จากความผิดพลาดของแนวรับเจ้าถิ่นที่จับบอลพลาด หรือผู้รักษาประตูรับบอลหลุดมือ 

ครึ่งหลัง ขอนแก่น มาแรงในช่วง 5-10 นาทีแรก ซึ่งมันก็เกือบที่จะเป็นประตูตีเสมอได้ แต่น้ำหนักและทิศทางยังไม่หนักหน่วงพอ จากนั้นทีมเยือนก็เร่งไม่ขึ้นอีกเลย ส่วนทางฝั่ง เชียงราย รับเหนียวแน่นและนานๆจะได้โต้กลับสักที อย่างไรเสียหากดูรวมๆ เกมของกว่างโซ้งในครึ่งหลัง ก็ออกอาการเนือยๆไปเองด้วย

ภาพรวมของทั้ง 2 ทีม ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด เล่นได้ดีจนถึงตอนได้ประตูนำ แต่หลังจากนั้นผ่อนเกม แล้วในครึ่งหลังผ่อนมากออกอาการเนือย ยังดีที่วันนี้แนวรับเล่นดีและเกมรุกของคู่แข่งไม่อันตรายมาก เพราะหากโดนยิงตีเสมอขึ้นมา เชื่อว่าวันนี้คงไม่ได้ 3 แต้มเป็นแน่ เนื่องจากยิ่งเล่นยิ่งเฉื่อย อีกทั้งยังเร่งตัวเองไม่ขึ้น ส่วนทางฝั่ง ขอนแก่น ยูไนเต็ด การยืนป้องกันในเกมรับเสียทรงง่าย เมื่อเจอแนวรุกฝั่งตรงข้ามแหวก กระนั้นประตูที่เสียวันนี้มาจากความผิดพลาดส่วนบุคคล ขณะที่เกมรุก ยิงไม่ได้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะไอเดียของตัวเองมีน้อย แต่ต้องมาเจอทีมที่เล่นเกมรับเหนียวแน่นยามนำก่อน ฉะนั้นหากเสียประตูไปก่อน มันก็ยากที่จะไล่ทวงประตูคืน

ติดตามบทความ Sport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

เปิดโปรแกรมวิเคราะห์ รีโว่ไทยลีก นัดที่ 10

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก เดินทางมาถึงนัดที่ 10 ของฤดูกาลเป็นที่เรียบร้อย

โดยในสัปดาห์นี้ลงแข่งขันครบ 8 คู่ แบ่งเป็นวันเสาร์และอาทิตย์อย่างละ 4 คู่ แต่สำหรับในส่วนนี้จะจะพาไปดูเกมวันเสาร์ ซึ่งจะเป็นอย่างไรบ้าง นับจากนี้เราจะได้รู้กัน

สุพรรณบุรี เอฟซี พบกับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด (17.30 น.)

สุพรรณบุรี ของ อเดบาโย่ กำลังตกอยู่ที่นั่งลำบาก เพราะ 3 นัดหลังแพ้รวด จนตกมาอยู่โซนแดง อีกทั้งนัดที่ผ่านมาก็น่าเจ็บใจตรงที่นำก่อน แต่โดนเจ้าบ้านหนองบัวแซงชนะ ส่วนทางฝั่ง ขอนแก่น รั้งโซนแดงมานานจนเคยชิน อีกทั้งนัดล่าสุดก็พ่ายเชียงรายตามคาด ทำให้การเจอกันของทั้ง 2 ทีม จะต้องใส่กันไฟแลบเพื่อเอาแต้ม แล้วสุดท้ายผลเสมอมีโอกาสมากที่สุด       

เชียงใหม่ ยูไนเต็ด พบกับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด (18.00 น.)

เชียงใหม่ สถานการณ์กำลังลำบาก แต่การได้โค้ชใหม่ก็มาพร้อมกับความกดดัน เพราะตั้งแต่ออกสตาร์ทจนถึงบัดนี้ ก็รั้งโซนแดงมาตลอด ส่วนทางฝั่ง บีจี ปทุม ฟื้นตัวกลับมาและกลับสู่เส้นทางป้องกันแชมป์อีกครั้ง หลังจากตัวนักเตะต่างชาติเริ่มหายเจ็บและกลับมาช่วยทีม ทำให้การพบกันที่บ้านของช้างเผือก เชื่อว่ายังไงก็เป็นรองและจะต้องพ่ายแพ้ต่อกระต่ายแก้วเป็นแน่               

พีที ประจวบ เอฟซี พบกับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี (18.00 น.)

ประจวบ กลายเป็นทีมที่เก่งนอกไปบ้านไปเสียแล้ว เพราะการเก็บชัย 3 นัด ล้วนมาจากนอกบ้านทั้งหมด ตรงข้ามกับเกมในบ้านที่ยังหาชัยชนะไม่เจอ ส่วนทางฝั่งโคราช จะมาในรูปแบบตรงข้าม เพราะการเล่นนอกบ้าน คือ จุดอ่อน จนต้องพึ่งเกมในบ้านเพื่อเอา 3 แต้ม ฉะนั้นการพบกันของทั้ง 2 ทีมในตอนนี้ จึงเป็นโอกาสทองที่ต่อพิฆาตจะเก็บชัยนัดแรกใน สามอ่าว สเตเดี้ยม เสียที

โปลิศ เทโร เอฟซี พบกับ ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด (19.00 น.)

เทโร กำลังอยู่ในช่วงคืนสู่สามัญ เพราะหลังจากที่ชนะมาติดๆ ก็เริ่มสะดุดเสมอและแพ้ ส่วนทางฝั่งเชียงราย พึ่งทลายกำแพงแห่งความกดดันด้วยการคว้าชัยในบ้านแบบหืดจับ ทำให้นับจากนี้คงจะเดินหน้าเก็บแต้มได้อย่างสบายใจขึ้น อีกทั้งการเล่นเกมเยือนดูจะเป็นของชอบของกว่างโซ้งมหาภัย เพราะจากรูปแบบการเล่นที่เน้นตั้งรับแล้วสวนกลับ มันอุดมไปด้วยความอันตรายเสียเหลือเกิน ฉะนั้นการบุกเมืองกรุงครั้งนี้ เชื่อว่าพวกเขามีสิทธิ์เผด็จศึกเจ้าบ้านด้วย 3 แต้ม ค่อนข้างสูง

ติดตามข่าว Sport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Spot lover

Categories
Sport

สรุปผลแข่งขัน ช้างเอฟเอคัพ 2021 รอบ 64 ทีม

ฟุตบอลถ้วยช้างเอฟเอ คัพ 2021 ทัวร์นาเมนต์ที่ไม่มีที่ว่างสำหรับผู้แพ้ ในช่วงเวลา 15.00 น.

มีโปรแกรมแข่งขันเกือบ 10 คู่ โดยส่วนนี้เจ้าบ้านยังเป็นทีมจากไทยลีก 3 และ อเมเจอร์ลีก แต่สำหรับผู้มาเยือนจะเริ่มเห็นทีมจากลีกสูงสุดลงมาฟาดแข้งด้วยแล้ว

อุดร ยูไนเต็ด 0-2 บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

หลังจากอกหักอดเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 2 เมื่อปีแล้ว ปีนี้เหมือนคนเมาค้าง เพราะการออกสตาร์ท 6  นัด ยังจมอยู่ครึ่งล่างของตารางไทยลีก 3 โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แล้ววันนี้ต้องพบแชมป์ไทยลีก 1 อย่าง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่วันนี้จัดตัวผสมมาสู้ แล้วผลก็ออกมาเป็นอย่างที่คาด คือ กระต่ายแก้ว เฉือนชนะ 0-2 จากการเหมาของ สุมัญญา กระนั้นก็ต้องชื่นชมเจ้าถิ่นอย่างจิ้งจอกอีสาน ที่สู้ได้ดีและโดนยิงเพียงเท่านี้  

พราม แบงค็อก 5-4 มหาวิทยาลัยปทุมธานี (เสมอใน 120 1-1)

แม้ว่าปีก่อนจะอยู่โซนท้ายตาราง แต่การออกสตาร์ท 6 นัดแรก พราม สามารถถีบตัวเองขึ้นมาอยู่ครึ่งบนของตารางโซนกรุงเทพและปริมณฑล ส่วนทางฝั่งทีมเยือนลงเล่นในโซนภาคตะวันตก 6 นัด ยังไม่แพ้ใคร แต่การหลุดเสมอถึง 4 นัด ทำให้แต้มไม่ขยับ โดยการแข่งขันในเกมนี้ ทั้ง 2 ทีม ไม่สามารถกินกันได้ลง ทำให้ต้องตัดสินด้วยการดวลเป้า สุดท้ายกลายเป็นเจ้าถิ่นที่แม่นกว่าและผ่านเข้ารอบต่อไป 

ชาติตระการ ซิตี้ 0-6 หนองบัว พิชญ เอฟซี

สโมสรในลีกสมัครเล่นจากเมืองพิษณุโลก นับเป็นอีกทีมที่เตรียมความพร้อมอย่างดีและวางเป้าหมายถึงการคว้าโควตาเล่นลีกอาชีพสักวันหนึ่ง แต่ในวันนี้ต้องพบศึกหนักเพราะต้องเจอกับ หนองบัว ซึ่งสุดท้ายผลก็เป็นไปตามคาด คือ คีรีพิฆาต พ่ายต่อ พญาไก่ชน ครึ่งโหล 

ร้อยเอ็ด 2018 1-2 สิงห์ระฆังทอง กาญจนบุรี (เสมอ 1-1 ใน 90)

อีก 1 สโมสรจากจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งก่อตั้งและลงเล่นในศึกอเมเจอร์ลีก มาได้ 3 ปีแล้ว ต้องพบกับทีมที่มีโค้ชสมองเพชรอย่าง กาญจนบุรี อีกทั้งตอนนี้ฟอร์มกำลังร้อนแรงด้วยรั้งตำแหน่งจ่าฝูงของโซนภาคตะวันตก กระนั้นด้วยดีกรีที่ว่ามาเกือบสิ้นชื่อ เพราะนักรบชาวนาเจ้าถิ่นสู้สุดชีวิต แต่สุดท้ายยื้อไม่ไหว พ่ายไป 1-2 ในช่วงต่อเวลา    

สงขลา ยูไนเต็ด 5-1 ปลวกแดง ยูไนเต็ด

ผลงานของ สงขลา ในช่วงออกสตาร์ท 6 นัดแรก ถือว่าผิดคาดพอสมควรกับการอยู่กลางตาราง เพราะก่อนเปิดฤดูกาลถูกคาดหมายว่าจะเป็นเต็งแชมป์โซนภาคใต้ ส่วนผู้มาเยือน คือ ขาใหญ่แห่งโซนภาคตะวันออก แต่แล้วเมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้น ผลงานในไทยลีก 3 ไม่สามารถเอามาเป็นบัญญัติไตรยางศ์ได้เลย เพราะเงือกสมิหลาจัดการถล่มแบบไม่ไหวหน้า 5-1   

พีเอสแพลนเน็ต 0-6 ราษีไศล ยูไนเต็ด

การแข่งขันของคู่นี้นับว่าโชคดีที่ทีมจากอเมเจอร์ลีกจับสลากมาเจอกันเอง โดยทางฝั่งเจ้าบ้านเป็นทีมที่พึ่งก่อตั้งขึ้นมา จากพนักงานบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ทางการแพทย์ ส่วนทางฝั่งทีมเยือนเป็นทีมระดับอำเภอของจังหวัดศรีสะเกษ อีกทั้งยังเป็นเต็งที่จะได้เลื่อนชั้นสู่ลีกอาชีพ สุดท้ายผลการแข่งขันก็เป็นไปตามคาด แต่สกอร์อาจเซอร์ไพรส์เล็กน้อย เพราะมันไปไกลถึงครึ่งโหล

ติดตามข่าว Sport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

“เจอ 2 แดง ยังไงก็ไม่ไหว”

เมืองทอง แจกโชค ก่อนฮึดแซง เทโร 9 ตัว 2-1

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 9 ในส่วนของเย็นวันเสาร์ เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้กลับมาเฝ้ารังธันเดอร์โดม สเตเดี้ยม อีกครั้ง ด้วยการต้อนรับ โปลิศ เทโร เอฟซี ที่ฟอร์มเริ่มกลับคืนสู่สามัญอีกครั้ง สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านมาในระบบ 4-1-4-1 ส่วนทางฟากทีมเยือนใช้ 3-4-3

       เกมเริ่มไปได้แค่ 3 นาที เมืองทอง เสียฟรีคลิกแล้วสกัดเหลี่ยมดีเกินจนเข้าประตูตัวเอง ทำให้ เทโร ที่ยังไม่ทันได้ทำอะไร ขึ้นนำไปก่อน 0-1 จากนั้น เมืองทอง ยังคงเดินเกมบุกตามถนัด นั่นคือ การขึ้นบอลจากหลังสู่หน้าด้วยบอลเท้าต่อเท้า แต่ในจังหวะเข้าทำยังขาดๆเกินๆ ส่วนทางฝั่ง เทโร จะเน้นการตั้งรับแล้วโต้กลับ แต่การสวนกลับไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ เพราะเมื่อไปถึงแดน 3 ก็จะแทงหรือโยน ซึ่งไม่มีความแม่นยำ ทำให้การจบสกอร์จึงไม่เกิด

       จุดเปลี่ยนของเกมมาเกิดขึ้น จากการกระโดดดวลลูกกลางอากาศแล้วมีศอกของ อาทิตย์ เข้าใบหน้า ชาติชาย ซึ่งการตัดสินให้ใบเหลืองน่าจะเป็นการวินิจฉัยที่ถูกต้องกว่าให้แดงโดยตรง นั่นจึงทำให้ เทโร ต้องถอยไปเล่นเกมรับมากขึ้นและแทบไม่ได้บุกสวนกลับมาอีกเลย แล้วจากนั้นไม่นานก็เสียประตูตีเสมอ 1-1 กระนั้นการเสียประตูนี้ แนวรับและผู้รักษาประตูมังกรโล่เงินก็มีส่วนพลาด ที่บังบอลไม่มิดและป้องกันลูกที่ยิงมาแบบประชิดตัวไม่ได้

ครึ่งหลัง เมืองทอง ขึงบุกแต่ไม่เร่งจังหวะ เพราะต้องการให้แนวรับคู่แข่งลงไปรับลึก ซึ่งมันจะมีผลดีตรงที่หากเสียบอลจะไม่โดนโต้กลับเร็ว ส่วนทางฝั่ง เทโร เมื่อได้บอลก็จะครองไว้เพื่อเผาเวลาในบริเวณแดน 1-2 และกลางสนาม แล้วเมื่อใดที่รู้สึกเสี่ยงก็จะถ่ายบอลไปที่ว่างหรือคืนหลัง อย่างไรเสียสถานการณ์ของทีมเยือนเลวร้ายลงไปอีก เพราะการยกเท้าสูงไปยันไหล่คู่แข่ง ส่งผลให้ผู้ตัดสินต้องแจกเหลืองที่ 2 และกลายเป็นใบแดง ซึ่งการต้องเล่น 9 ตัว ของ เทโร ในอีก 20 นาทีที่เหลือ จึงต้องเน้นรับให้เหนียวแน่นเพื่อหวังแชร์แต้ม แต่แล้วการป้องกันลูกเตะมุมที่กระโดดขวางช้าเกินไป ทำให้ เมืองทอง แซงนำ 2-1 และชนะไปด้วยสกอร์นี้       

ภาพรวมของทั้ง 2 ทีม เมืองทอง ยูไนเต็ด มีจังหวะโชคร้ายตั้งแต่ต้นเกม แต่ทรงบอลไม่เสีย แล้วเลือกเล่นตามแผนที่วางมา กระนั้นการได้เปรียบตัวผู้เล่น พวกเขาก็อาศัยจุดนี้แปรเปลี่ยนให้เป็นประตู กระนั้นนี้ยังไม่ฟอร์มที่ดีที่สุดของกิเลนผยอง ส่วนทางฝั่ง โปลิศ เทโร เอฟซี ได้โชคตั้งแต่ต้นเกมก็จริง แต่หลังจากนั้นเจอมรสุมแห่งความโชคร้าย ผสมกับความผิดพลาดของตัวเอง ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลได้ส่งผลให้พวกเขาต้องพ่ายแพ้ไป

ติดตามข่าว Sport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

“เซตเพลย์ช่วยชีวิต”

เทโร ฟอร์มตก แต่ยังดวงแข็ง ไล่เจ๊า ราชบุรี นาทีท้าย 2-2

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 8 ในส่วนของค่ำคืนวันอาทิตย์ โปลิศ เทโร เอฟซี ที่กำลังฟอร์มขึ้นหม้อ จะเปิดรังบุญยะจินดา รับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ที่วันนี้อยากมีแต้มกลับบ้าน สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านปรับมายืน 3-4-3 ส่วนทางฝั่งทีมก็ปรับมายืน 4-2-3-1

เกมในช่วง 20 นาทีแรก จืดสนิทจนไร้รสชาติ เพราะทางฝั่ง ราชบุรี ต่อบอลไม่แม่น ทำให้บุกไม่ขึ้นและเสียบอลให้คู่แข่ง แต่ทางฝั่ง เทโร เมื่อได้บอลไปแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะบุกยังไงดี ทำให้การต่อบอลไม่กี่จังหวะก็เสียคืนให้คู่แข่ง กระนั้นเมื่อเกมในครึ่งแรกผ่านไปครึ่งทาง ทีมเยือนเริ่มดูดีกว่า เพราะสามารถต่อบอลและทำเกมบุกได้ไหลลื่น ทำให้ใช้เวลาไม่นาน ประตูนำ 0-1 ก็มา โดยในจังหวะนี้เริ่มต้นจากนักเตะมังกรโล่เงินพยายามพิงบอลแล้วเสียกลางทาง ทำให้แนวรุกราชันมังกรได้ลากบอลขึ้นมา แล้วเจอแนวรับยืนขวาง ก่อนจะเลือกยิงไกลแล้วเสียบมุม

ครึ่งหลัง ราชบุรี เดินหน้าเปิดเกมบุกไปเรื่อยๆ หากมีโอกาส กระทั่งมาได้ประตูนำ 0-2 จากการเลี้ยงตัดริมเส้นเข้ามาแล้วยิง ซึ่งการปัดบอลของ ประสิทธิ์ ดันมาเข้าทาง สรรวัชญ์ ได้ตามซ้ำแบบไม่ทันได้ตั้งตัว แล้วการซ้ำนี้ดันไปแฉลบ เฉลิมศักดิ์ เข้าประตูตัวเอง

หลังจากโดนยิงนำไปแล้ว 2 ลูก เกมรุกของ เทโร ก็ยังไม่ดีขึ้น ซึ่งการบุกขึ้นมาแต่ละครั้ง จะเป็นลักษณะนานๆทีขึ้นมาที แล้วไม่อันตราย กระนั้นลูกทีมของโค้ชอ้น ก็มาได้ประตู 1-2 จากลูกฟรีคลิกที่เปิดได้แม่นและลงหัวคนโหม่งพอดี จากนั้นเกมรุกแบบ open play ของเจ้าบ้านก็ยังไม่ดีขึ้น ทำให้เวลาที่เหลือน้อยลงไป ก็คงต้องทำใจล่วงหน้า อย่างไรเสียในวินาทีสุดท้ายของเกม นักเตะของราชบุรี ดันไปโอบกอดนักเตะเทโร ตอนเล่นลูกฟรีคลิก ทำให้ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษ แล้ว ปาลิสต้า ยิงตีเสมอ 2-2 ในนาทีที่ 90+5

ภาพรวมของทั้ง 2 ทีม โปลิศ เทโร เอฟซี ถือว่าพกดวงมาเต็มกระเป๋า เพราะเกมรับมีข้อผิดพลาดจนเสียประตู ขณะที่เกมรุกก็เร่งไม่ขึ้นเลย แต่การได้ฟรีคลิกและจุดโทษท้ายเกม ช่วยให้พวกเขากลับมาตีเสมอและแบ่งแต้มได้แบบสุดระทึก ส่วนทางฝั่ง ราชบุรี มิตรผล เอฟซี วันนี้เล่นได้ดีพอสมควร กระทั่งได้ผลตอบแทนเป็นประตู 2 ลูก แม้ว่าจะมีโชคและจังหวะที่เป็นใจผสม แต่ในช่วงท้ายเกมดันโชคร้ายและพลาดเอง แล้วมันส่งผลร้ายแรงถึงการเปลี่ยนจาก 3 คะแนน เหลือแค่แต้มเดียว

ติดตามบทความ Sport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

“ต่อชอบเมืองเหนือ”

ประจวบ บุกเมืองเหนือ เฉือน เชียงใหม่ คาถิ่น 0-1

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 8 คู่สุดท้ายของค่ำคืนวันเสาร์ เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ที่พึ่งมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งเฮดโค้ช จะต้องเปิดบ้านรับ พีที ประจวบ เอฟซี ที่วันนี้หวังลึกๆว่าจะมาเอา 3 แต้ม เพราะทีมที่เจอจัดเป็นทีมที่อ่อนที่สุดในลีก หากดูจากผลงานและชื่อชั้น สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม ต่างมาในระบบเดียวกัน คือ 3-4-3

         เกมการแข่งขันในครึ่งแรก ประจวบ พยายามจะเปิดเกมบุก แต่การต้องเจอแนวรับที่ยืนซ้อนตั้งแต่แดน 1-2 ทำให้การเจาะเป็นไปอย่างยากลำบาก อีกทั้งการเสียบอลกลางทางก็ทำให้ เชียงใหม่ สามารถเอาบอลไปโต้กลับอยู่ตลอด โดยการบุกของเจ้าบ้านจะอาศัยการต่อบอลริมเส้น ทำชิ่ง และจบสกอร์เร็ว หรือโยนเปลี่ยนแกนไปยังที่ว่างแล้วจบสกอร์ ซึ่งจังหวะการยิงประตูที่ปรากฏ มันมีหลายครั้งที่น่าเป็นประตู แต่เพราะความไม่เฉียบคมเอง จึงทำให้สกอร์ไม่ขยับ และถึงแม้ว่าทีมเยือนจะรุมบีบและเข้าหาบอลเร็วขนาดไหน ขุนพลช้างเผือกก็จะแกะเพรสและสวนกลับได้ กระนั้นในช่วงท้าย ต่อพิฆาตเริ่มชะลอจังหวะการบุกได้ ทำให้ความอันตรายเหลือเพียงแค่การโยนบอลยาว  

ครึ่งหลัง เชียงใหม่ สามารถเดินเกมรุกได้เหมือนครึ่งแรก อีกทั้งแนวรับคู่แข่งก็ปรากฏความผิดพลาดให้เห็น แต่น่าเสียดายที่ทำประตูไม่ได้เสียที ส่วนทางฝั่ง ประจวบ พยายามปรับเกมบุกจนสามารถสร้างโอกาสเหน่งๆได้ แต่ก็มีอันต้องติดเซฟผู้รักษาประตู จากนั้นเมื่อเกมผ่านไปครบชั่วโมง ทีมเยือนก็เริ่มจะเหนือกว่า เพราะสามารถนำบอลขึ้นมาบุกได้ถี่ขึ้น อีกทั้งแนวรับเจ้าบ้านก็เริ่มแสดงความผิดพลาดกับการออกบอลเสียและสมาธิแกว่ง กระทั่งท้ายที่สุดมีอันต้องเสียประตู 0-1 ซึ่งในจังหวะนั้นจ่ายบอลเสียกลางทางแล้วโดนโต้ ขณะที่กองหลังมัวแต่ยืนมอง ทำให้แนวรุกคู่แข่งมีช่องว่างสำหรับการโจมตี ส่วนช่วงเวลาที่เหลือ ลูกทีมของทากิคุมเกมได้หมด แม้จะยิงเพิ่มไม่ได้

       ภาพรวมของทั้ง 2 ทีม เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ครึ่งแรกและ 15 นาที ในครึ่งหลัง ถือว่าเล่นได้ดีอย่างผิดหูผิดตาจนสมควรได้ประตูขึ้นนำ แต่เมื่อยิงเท่าไรแล้วยิงไม่ได้ สมาธิก็เริ่มแกว่งและความผิดพลาดก็ตามมาลงโทษตัวเอง สุดท้ายเกมนี้พ่ายแพ้แบบที่ไม่น่าแพ้ ส่วนทางฝั่ง พีที ประจวบ เอฟซี เกมนี้ไม่ได้เหนือกว่าคู่แข่ง เพราะก็มีความผิดพลาดให้เห็นเหมือนกัน แต่พอคู่แข่งยวบ ตัวเองไม่ยวบตาม ทำให้เส้นทางสู่ 3 แต้ม คือ เดินหน้าเอาประตูสักลูก แล้วสามารถทำได้สำเร็จ       

ติดตามบทความ Sport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

“ภาพหลอนยังคงชัดเจน”

เชียงราย ดับเบิ้ลดวงแตก โดน เมืองทอง 10 คน ยิงท้ายเกม 0-1

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 8 ในส่วนของค่ำคืนวันอาทิตย์ ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด ได้กลับมาเปิดรังเหย้าของตัวเอง ที่มีสถิติไม่ค่อยดีเท่าไร รับ เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ฟอร์มยังลุ่มๆดอนๆ แม้ทรงบอลจะดูดีและสวยงาม สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านมาในระบบ 3-4-3 ส่วนทางฝั่งทีมเยือนก็ยังใช้ 4-1-4-1 เหมือนเดิม

       เกมการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น เชียงราย ดูเหมือนจะเหนือกว่าเล็กๆ เพราะสามารถทำเกมบุกใส่แนวรับของทีมเยือนที่ยังดูไม่ค่อยนิ่งได้ กระทั่งเวลาผ่านไปแค่ราว 10 นาที จุดเปลี่ยนของเกมก็เกิดขึ้นจากการโดนใบแดงของ บัลลีนี่ ที่เป็นตัวสุดท้ายแล้วเข้าไปสกัด บิลล์ ทำให้หลังจากนั้นไม่กี่นาที มาริโอ้ ต้องเปลี่ยนกลางรุกออกและใส่กองหลังเข้าไปแทน  

       เชียงราย โหมบุกและกดดันได้พอสมควร แต่โอกาสเหน่งๆไม่ค่อยมี เพราะการต่อบอลเท้าสู่เท้าไม่เร็วพอ ทำให้ต้องใช้การหยอดแล้วไหลให้เพื่อนยิง หรือยิงไกลเป็นหลัก กระทั่งเมื่อเกมผ่านไป 30 นาที เมืองทอง ก็เริ่มตั้งหลักและทำเกมโต้กลับได้อยู่เนืองๆ แต่จังหวะการเข้าทำไม่ดีเอง

10 นาทีแรกของครึ่งหลัง เมืองทอง ลงมาสู้ด้วยเกมรุกแบบไม่เกรงกลัว แต่หลังจากนั้น เชียงราย ก็ตั้งหลักได้ แล้วพยายามจะกดหัวทีมเยือนให้อยู่ ด้วยการขึ้นทางขวาหรือกลาง แล้วออกบอลไปทางด้านซ้ายเพื่อโจมตี ซึ่งผลลัพธ์ของมันก็ออกมาดี เพราะมีโอกาสเหน่งๆที่ควรค่าแก่การเป็นประตู แต่นักเตะเจ้าถิ่นดันทำหมูหกอย่างไม่น่าเชื่อ สุดท้ายจุดพีคที่สุดของเกมก็มาเกิดขึ้นในช่วงทดเจ็บ 90+5 โดยในจังหวะนั้น เมืองทอง ได้พาบอลขึ้นมา แล้ว เคอร์แรน ลากเลี้ยงไปมา แล้วในทันทีที่เห็น ป๊อปป์ วิ่งตัวเปล่าขึ้นมา ก็ได้จัดการโยนไปให้โหม่ง ขึ้นนำ 0-1 และจบเกมทันที

       ภาพรวมของทั้ง 2 ทีม ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด ครองเกมได้เหนือกว่าเกือบทั้งเกม อีกทั้งยังได้เปรียบตัวผู้เล่นราว 80 นาที โดยการตอบสนองและปรับเปลี่ยนแผนการเล่นในครึ่งหลัง ถือว่าทำได้ดีแล้ว แต่ยิงไม่ได้เท่านั้นเอง อีกทั้งแนวรับดันมาพลาดจังหวะเดียวแล้วเสียประตูเลย ทำให้กล่าวได้ว่าความพ่ายแพ้ในวันนี้ เป็นเรื่องที่เจ็บช้ำอย่างยิ่ง ส่วนทางฝั่ง เมืองทอง ยูไนเต็ด หากวันนี้ 11 ตัวเท่ากัน อาจจะแพ้ไปแล้วก็ได้ เพราะหลังจากเหลือ 10 คน เกมรับแน่นขึ้นอย่างผิดหูผิดตา แต่กระนั้นเจ้าถิ่นก็พลาดเองที่ยิงไม่ได้ มิหนำซ้ำยังป้องกันไม่ดี ทำให้โอกาสเหน่งๆครั้งเดียวกลายเป็น 3 แต้ม อันล้ำค่าของกิเลนผยองในที่สุด         

ติดตามบทความ Sport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

“เหลือ 10 ตัว แต่เหนือกว่า”

บุรีรัมย์ 10 ตัวไม่หวั่น ไล่ตี โคราช นิ่มๆ 2-0

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 8 คู่ส่งท้ายของสัปดาห์เป็นศึกดาร์บี้แมตช์อีสานใต้ ณ สนามช้างอารีน่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในฐานะเจ้าถิ่นและจ่าฝูงของตาราง พบกับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ที่ฟอร์การเล่นยังไม่เข้าที่เข้าทางเท่าไร สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านมาในระบบ 3-4-3 ส่วนทางฟากทีมเยือนใช้ 4-3-3

       ในช่วง 10 นาทีแรก จังหวะของเกมรวดเร็วและออกไปในลักษณะดักบอลได้แล้วโต้กลับเร็ว อีกทั้งจังหวะที่รวดเร็วนี้ทำให้ไม่ปรากฏการขึงหรือต่อบอลไปมาให้เสียเวลา สุดท้ายการเล่นที่วัดกันจังหวะต่อจังหวะ บุรีรัมย์ กลายเป็นฝ่ายพลาดไปก่อน กับการเลือกตัดฟาวล์เป็นตัวสุดท้ายของ รัตนากร นั่นจึงทำให้ผู้ตัดสินไม่มีทางเลือก นอกเสียจากให้เป็นใบแดงโดยตรง

       นครราชสีมา กลายเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบทันที แต่ความได้เปรียบนี้ไม่สามารถกดหัวเจ้าบ้านได้อย่างเบ็ดเสร็จ เพราะศักยภาพการต่อบอลและขึงบุกไม่ใช่สิ่งที่ถนัด นั่นจึงทำให้รูปเกมที่ปรากฏจะเป็นในลักษณะที่ว่า บุรีรัมย์ ดูตื้อไปพักใหญ่ ก่อนจะตั้งตัวได้ในช่วงท้ายครึ่งแรก กับการโต้กลับขึ้นมาไม่กี่คน แล้วอาศัยการทำชิ่งและเลี้ยงฝ่าเข้าไปยิง

ครึ่งหลัง โคราช พยายามจะเปิดเกมบุก แต่ภาพก็ยังฉายซ้ำ เพราะศักยภาพไม่เทียบเคียงกับเจ้าบ้าน อีกทั้งยังเสียบอลง่ายๆมากขึ้น ซึ่งการเล่นที่ผิดพลาดนี้สวนทางกับฟอร์มการเล่นของแนวรุกบุรีรัมย์ ที่เมื่อได้บอลก็จะขึ้นเกมและมีการจ่ายแทงให้แนวรุกอยู่เนืองๆ กระทั่งได้ประตูขึ้นนำ 1-0 แม้ว่าจังหวะนี้จะมีความผิดพลาดของ ธวัชชัย ที่ถึงบอลก่อนแต่เท้าลั่น แล้วจังหวะถัดมาเป็นใจให้กับ ปิยะพล จิ้มเข้าไป จากนั้นกลายเป็นเจ้าบ้านที่เล่นได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ขณะที่โคราช ยิ่งเล่นยิ่งบันทอนความมั่นใจ แล้วมันนำมาสู่การเสียประตู 2-0 จากความพยายามจะบังบอลให้ออกหลัง แต่ โรซ่า ฉกมาได้แล้วเอาไปล่อเป้า   

       ภาพรวมของทั้ง 2 ทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีความผิดพลาดและเล่นไม่ได้ท็อปฟอร์ม แต่วันนี้สามารถเก็บ 3 แต้มได้เพราะ “จิตใจ” กล่าวคือ เมื่อเจอสถานการณ์ที่ย่ำแย่ แต่ก็สามารถประคองตัวให้ผ่านไปได้ กระทั่งความมั่นใจเริ่มมา ก็ได้แปรเปลี่ยนพลังตรงนี้ด้วยการเช็คบิลคู่แข่ง ส่วนทางฝั่ง นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี หากมองแค่ตัวเองในการเล่นตลอด 8 นัด รวมเกมนี้ โคราชไม่เคยเล่นได้เต็มขีดความสามารถของตัวเองเลย ทำให้การเจอสถานการณ์ที่ได้เปรียบแล้วตัวเองไม่สามารถครองเกมให้เหนือกว่าได้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเกิดขึ้นกับสวาทแคท      

ติดตามบทความ Sport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

“งูฉกไก่ตายคาปากจงอาง”

ขอนแก่น ทำศึกอีสานดาร์บี้ เฉือน หนองบัว 1-0 หนีบ๊วยสำเร็จ 

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 8 ในส่วนของค่ำคืนวันเสาร์ มีดาร์บี้แมตช์อีสาน 1 คู่ ที่สนามกีฬากลางจังหวัดขอนแก่น ขอนแก่น ยูไนเต็ด ที่ตั้งแต่เปิดซีซั่น ชนะมาแค่นัดเดียว จะต้องพบกับคู่แค้นเมื่อครั้งยังอยูลีกรองอย่าง หนองบัว พิชญ เอฟซี สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านมาในระบบ 3-5-2 เหมือนเดิม ส่วนทางฟากทีมเยือนปรับมาเล่น 3-4-3

เกมการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น ขอนแก่น ดูดีกว่าเล็กๆ เพราะสามารถเซตบอลจนทำเกมบุกได้เป็นเรื่องเป็นราว แต่หากพูดถึงความหวาดเสียว มันยังไม่อันตรายพอที่จะเป็นประตู กระทั่งเวลาผ่านไปความแม่นยำเริ่มมากขึ้น อีกทั้งแนวรับทีมเยือนก็เริ่มมีรอยร้าว ขาดเพียงประตูขึ้นนำที่ยังไม่มา ส่วนทาง หนองบัว มาเน้นตั้งรับและรอตัดบอล เพื่อสวนกลับด้วยการโยนบอลไปให้ แฮริงตัน ได้โหม่ง อย่างไรเสียใน 45 นาทีแรก ไม่ปรากฎให้เห็นการโต้กลับแบบมีเสียวเลย

ครึ่งหลังเริ่มไปได้ 3 นาที ขอนแก่น มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะขี้นบอลจากหลัง แล้วแทงทะลุช่องให้ เมโล่ หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับ กิตติคุณ ซึ่งในความยอมเยี่ยมนี้ ก็ต้องกล่าวโทษแนวรับทีมเยือนที่เปิดพื้นที่ให้ตัวจ่าย ขณะที่ตัวหน้าเป้ามีแค่ตัวเดียว แต่ก็ดันปล่อยให้วิ่งสลัดหลุดไปได้ นั่นจึงทำให้ หนองบัว ต้องเปิดเกมบุกแลก ซึ่งมันก็ปรากฎให้เห็นว่าพวกเขาทำได้ดี เพราะรูปแบบการเข้าทำมีทั้งจากริมเส้นเพื่อเปิด การทำชิ่ง หยอด และไหลย้อนเพื่อสลัดตัวประกบ โดยทั้งหมดทั้งมวลขาดเพียงประตู อีกทั้งการบุกอย่างต่อเนื่อง มันก็มีผลมาจากแนวรับของเจ้าบ้านที่เริ่มแสดงปัญหาออกมา แล้วที่น่าเสียดายที่สุด คือ ฟรีคลิกท้ายเกมที่บอลไปชนเสาแล้วเด้งออกแบบโชคร้าย

ภาพรวมของทั้ง 2 ทีม ขอนแก่น ยูไนเต็ด เล่นเกมรุกได้หลากหลาย กระทั่งได้ประตูนำก็ถอยไปรับทันที ซึ่งการตั้งรับในสภาพที่ตัวเองมีปัญหาในแนวรับ ก็เกือบโดนยิงหลายหน แต่เพราะความโชคดีและคู่แข่งทิ้งโอกาสเอง ถึงทำให้รอดมาได้ ส่วนทางฝั่ง หนองบัว พิชญ เอฟซี การวางแท็กติกเน้นความรัดกุมเสมือนว่าตัวเองเป็นรอง อาจเป็นการวางแผนที่ผิด เพราะหลังจากเสียประตู ตัวเองสามารถรุกได้อย่างถึงพริกถึงขิง ซึ่งถ้าหากเลือกมาสู้กับเจ้าบ้านตั้งแต่แรก วันนี้อาจมองถึงชนะได้ มิใช่มาไล่ตามตีเสมอแบบนี้

ติดตามบทความ Sport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

“เกาะรองจ่าฝูงยาวไป”

บียู ยังแกร่ง เชือด ชลบุรี ในถิ่น 1-0 รั้งรองจ่าฝูงต่ออีกสัปดาห์

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 8 คู่วันอาทิตย์เปิดหัวด้วยเกมบิ๊กแมตช์ระหว่าง ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ฟอร์มกำลังดีวันดีคืนและต้องการ 3 แต้ม เพื่อเกาะกลุ่มหัวตาราง กับ ชลบุรี เอฟซี ที่แม้จะชนะมาเมื่อนัดที่แล้ว แต่ฟอร์มการเล่นยังไม่ดีเท่าที่ควร สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านปรับมายืน 4-5-1 เป็นหนแรก ส่วนทางฟากทีมเยือนมาแบบรัดกุมในระบบ 3-4-2-1

       เกมการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น แบงค็อก เหนือกว่าตามศักยภาพ แต่ก็ไม่ได้เหนือกว่ามาก เพราะทีมเยือนมาแพ็คเกมรับแบบหนาแน่นและมีวินัย นั่นจึงทำให้เกมบุกของเจ้าถิ่นใน 45 นาทีแรก จะเป็นในลักษณะของการทำเกมแดนกลาง แล้วเมื่อไรที่เห็นช่องก็จะทำการแทง หรือต่อบอลไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีการสวิตช์บอลเปลี่ยนแกนเร็ว แล้วใช้การสอดประสานทีมเวิรค์ให้เห็นเป็นระยะ ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามานี้สร้างความอันตราได้ดีทีเดียว ขาดเสียเพียงประตูขึ้นนำเท่านั้น ส่วนเกมรุกของ ชลบุรี แทบจะไม่มีปรากฏให้เห็นเลย     

ครึ่งหลัง ชลบุรี พยายามปรับหมากเกมรุก ซึ่งก็สามารถต่อบอลขึ้นมาได้ แต่มันไม่ถึงแดนสุดท้ายของคู่แข่ง อีกทั้งการขึ้นบอลก็มักเสียกลางทางให้เจ้าบ้านเอาไปโต้กลับ กระทั่ง บียู มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากการลากเลี้ยงกินตัวของ เฮแบร์ตี้ 9 ตั้งแต่กลางสนามจนถึงแดน 3 จากนั้นเลือกจ่ายให้ ทริสตอง โด เพื่อส่งต่อเข้าเขตโทษ ซึ่งจังหวะเปิดก็ได้มีการข้ามหลอกให้ วานเดอร์ หลยุส์ ได้ยิง

       หลังจากเสียประตูขึ้นนำ ชลบุรี พยายามเดินหน้าต่อ แต่การเสียบอลกลางทางอยู่ร่ำไป ก็ยิ่งเร่งเร้าให้ บียู ได้สวนกลับจนเกือบยิงเพิ่มได้หลายหน ซึ่งกว่าแนวรุกฉลามชลจะเครื่องติดแล้วทำเกมบุกได้ดี ก็ต้องรอถึง 15 นาทีสุดท้ายของเกม โดยเวลาที่รัดตัวแบบนี้ ทำให้พวกเขาไล่ไม่ทันและต้องกลับบ้านมือเปล่า

       ภาพรวมของทั้ง 2 ทีม ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เล่นได้ตามมาตรฐานและมีความอดทนต่อการเผชิญหน้ากับแผงเกมรับที่ยืนหนาแน่น แล้วสุดท้ายสามารถยิงได้ 1 ลูก ส่วนในแผงกองกลางต้องชื่นชมเป็นพิเศษ เพราะสามารถรบกวนคู่แข่งจนแผงหลังไม่ต้องทำงานหนัก ขณะที่ ชลบุรี เอฟซี การวางหมากมาเล่นเกมรับในครึ่งแรก ถือว่าสอบผ่าน แต่ในครึ่งหลังเลือกจะเล่นเกมรุก ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องผิด แต่การตอบสนองต่อแท็กติกและฟอร์มการเล่นของนักเตะในแผงเกมรุก มันต่ำกว่ามาตรฐาน ทำให้ตรงจุดกลายเป็นหอกที่กลับมาทิ่มแทงตัวเองให้เสียประตูและต้องพ่ายแพ้ในเกมนี้

ติดตามบทความ Sport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover