Categories
Sport

วิเคราะห์ รีโว่ไทยลีก

เปิดโปรแกรมวิเคราะห์ รีโว่ไทยลีก นัดที่ 22 (วันศุกร์-เสาร์)

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 22 เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งในโปรแกรมวันศุกร์และเสาร์ ทั้งหมด 4 คู่ มีเกมที่ทีมหัวและท้ายตารางต้องมาหั่นกันเอง ฉะนั้นใครจะมีโอกาสเข้าวิน นับจากนี้เราจะไปวิเคราะห์กัน

พีที ประจวบ เอฟซี พบกับ เชียงใหม่ ยูไนเต็ด (วันศุกร์, 18.00 น.)

      พีที ประจวบ มีผลงานที่พุ่งแรงจนแววตาเปล่งประกาย แม้ในนัดล่าสุดจะทำได้แค่เจ๊ากับ สมุทรปราการ แบบจืดๆ กระนั้นด้วยฟอร์มของทีมที่เริ่มจูนติด มันก็คงจะทำให้โค้ชหระใจชื้นขึ้นเยอะ ต่างกันเล็กน้อยจาก เชียงใหม่ ที่ชนะในลีกรวด 2 นัด ทำให้ผีที่กำลังจะถูกฝัง สามารถเอามือ 1 ข้างมาเกี่ยวที่ปากหลุมได้ กระนั้นหากเทียบความสมดุลของเกมรับและรุกของทั้ง 2 ฝ่าย ต่อพิฆาตคงไม่แพ้ในถิ่นเป็นแน่

ชลบุรี เอฟซี พบกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด (วันเสาร์, 17.30)

      ชลบุรี ต้องเผชิญปัญหานักเตะตัวหลักบาดเจ็บไปทีละคนสองคน แล้วมาผนวกกับโมเมนตัมที่ไม่เป็นใจ ทำให้ 3 นัดล่าสุด ต้องพุ่งชนต่อความพ่ายแพ้ ไม่ต่างจาก บียู ที่นับตั้งแต่ออกสตาร์ทเลกสอง ผลงานดรอปลงอย่างชัดเจน อีกทั้ง 2 แนวรุกที่เคยดุดันก็กลายเป็นเลี้ยงวนไปมาแบบมั่วซั่ว ฉะนั้นปัจจัยของการหาผู้ชนะ ต้องดูจากเจ้าบ้านว่าพร้อมขนาดไหน ซึ่งหากดูจากนัดล่าสุดฉลามชลไม่น่าจะฟูลทีม แต่ก็เชื่อว่าไม่น่าแพ้

ราชบุรี มิตรผล เอฟซี พบกับ  โปลิศ เทโร เอฟซี (วันเสาร์, 18.00 น.)

       การตัดสินใจเปลี่ยนโค้ชใหม่ของ ราชบุรี ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะมันสามารถฉุดสภาพทีมที่กำลังจะดำดิ่ง ให้หันหัวสู่กลางตารางแบบไม่ต้องหนีตาย ส่วน เทโร ผลงานเหมือนจะดี แต่มันดันออกเสมอแบบรัวๆ ทำให้แต้มไม่ค่อยขยับมาก ฉะนั้นการพบกันที่บ้านของราชันมังกร พวกเขาน่าจะใช้ความมั่นใจเฉือนชนะไปได้   

หนองบัว พิชญ เอฟซี พบกับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด (วันเสาร์, 18.00 น.)

      หนองบัว มีผลงานที่สุดบู่ยามเล่นนอกบ้าน เพราะยังไม่ชนะใคร ตรงข้ามกับการเล่นในบ้านที่ที่โหดเหี้ยม ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ ขอนแก่น ที่เก่งในบ้านเสียเหลือเกิน ฉะนั้นในเกมอีสานดาร์บี้ครั้ง เชื่อว่าเจ้าบ้านจะอาศัยจุดแข็งของตัวเองไปเบียดเอาชนะเพื่อเป็นการล้างแค้นได้ หลังจากยกแรกบุกไปพ่ายมา 1-0  

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

เปิดโปรแกรมวิเคราะห์

เปิดโปรแกรมวิเคราะห์ รีโว่ไทยลีก นัดที่ 22 (วันอาทิตย์)

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 22 โปรแกรมของวันอาทิตย์ยังมีอีก 4 คู่ ซึ่งในแง่ของดีกรีและความเมามันส์อาจน้อยกว่าวันที่ก่อน กระนั้นในเกมทุกสนามก็ยังมีความหมาย สำหรับการไปถ้วยเอเชียและหนีตาย

นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี พบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (18.00 น.)

      ในช่วงออกสตาร์ทเลกสองใหม่ๆ โคราช คือทีมหนึ่งที่น่าจะรอดตายแบบใสๆ แต่พอ 4 นัดไม่ชนะใครและทีมด้านล่างทำแต้มตีตื้นขึ้นมา มันก็เป็นผลให้โค้ชโจและลูกทีมต้องเร่งฟอร์ม มิเช่นนั้นอาจได้เหนื่อยในช่วงโค้งสุดท้าย ส่วนทางฝั่ง บุรีรัมย์ มีอาการสะดุดให้เห็นเป็นระยะ แต่หากเทียบกับทีมหัวตารางด้วยกัน ปราสาทสายฟ้าสะดุดน้อยกว่าและผลงานดูเสถียรกว่า ฉะนั้นหากมองมุมไหน ทีมเยือนก็เป็นต่อและน่าจะเผด็จศึกได้ตามเชิง

การท่าเรือ เอฟซี พบกับ สมุทรปราการ ซิตี้ (18.00 น.)

      ผลงานของ ท่าเรือ มันสุดบู่แบบเกินห้ามใจ จนโค้ชอยู่ไม่ได้และต้องลาออกไปเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้คงขอแค่ทำผลงานให้ดีก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนทางฝั่ง สมุทรปราการ ดูท่าจะไม่รอดเสียแล้ว เพราะไม่ว่าจะเจอใคร ก็ไม่สามารถหาจุดเปลี่ยนหรือเก็บชัยชนะได้ ฉะนั้นต่อให้เจ้าบ้านต้องเปลี่ยนโค้ช ยังไงก็ต้องเก็บ 3 แต้ม มิเช่นนั้นสถานการณ์ก็จะย่ำแย่ลงไปมากกว่านี้

เมืองทอง ยูไนเต็ด พบกับ ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด (19.00 น.)

      เมืองทอง พยายามหันหัวมามองถึงการจบอันดับที่สูงสุดเท่าที่จะทำได้ แต่ในนัดล่าสุดเหมือนเจอมาร เพราะดันโดนพิษจากกรรมการ จนมีผลให้ถูกพรากชัยชนะไป ส่วนทางฝั่ง เชียงราย การลบอาถรรพ์เกมในบ้านด้วยชัยชนะ ก็เริ่มทำให้พวกเขาค่อยๆมีความมั่นใจมากขึ้น กระนั้นการบุกเยือนธันเดอร์โดม ด้วยสถิติที่ไม่ค่อยสวยหรู บวกกับสภาพที่ดูพอๆกัน กิเลนผยองจึงไม่น่าพ่ายแพ้ในบ้าน  

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบกับ สุพรรณบุรี เอฟซี (19.30 น.)

      เกมคู่ส่งท้ายของสัปดาห์นี้ บีจี ปทุม ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ไม่ค่อยสู้ดี เพราะบอลถ้วยรายการสำคัญดันตกรอบ และผลงานในลีกก็สะดุดอยู่เรื่อย ทำให้ตอนนี้ต้องมุ่งไปที่การจบอันดับ 2 ในลีกให้ได้ เพื่อโอกาสในการไปลุยถ้วยเอเชีย แต่สุดท้ายจะสมหวังหรือไม่ ก็ต้องฝากความหวังไว้ที่เทกุซัง กุนซือใหม่ของทีมที่พึ่งทำงานเต็มตัวในสัปดาห์นี้ ส่วนทางฝั่ง สุพรรณบุรี ทีแรกทำท่าว่าจะรอดตายแบบใสๆ แต่พอทีมด้านล่างทำแต้มไล่ขึ้นมา มันก็เป็นผลให้พวกเขาต้องมุ่งมั่นในทุกเกมที่เหลือ อย่างไรเสียด้วยคุณภาพและการเล่นในบ้าน กระต่ายแก้วน่าจะเก็บชัยได้ไม่ยาก

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

เปิดโปรแกรมวิเคราะห์

เปิดโปรแกรมวิเคราะห์ รีโว่ไทยลีก นัดที่ 22 (วันศุกร์-เสาร์)

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 22 เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งในโปรแกรมวันศุกร์และเสาร์ ทั้งหมด 4 คู่ มีเกมที่ทีมหัวและท้ายตารางต้องมาหั่นกันเอง ฉะนั้นใครจะมีโอกาสเข้าวิน นับจากนี้เราจะไปวิเคราะห์กัน

พีที ประจวบ เอฟซี พบกับ เชียงใหม่ ยูไนเต็ด (วันศุกร์, 18.00 น.)

      พีที ประจวบ มีผลงานที่พุ่งแรงจนแววตาเปล่งประกาย แม้ในนัดล่าสุดจะทำได้แค่เจ๊ากับ สมุทรปราการ แบบจืดๆ กระนั้นด้วยฟอร์มของทีมที่เริ่มจูนติด มันก็คงจะทำให้โค้ชหระใจชื้นขึ้นเยอะ ต่างกันเล็กน้อยจาก เชียงใหม่ ที่ชนะในลีกรวด 2 นัด ทำให้ผีที่กำลังจะถูกฝัง สามารถเอามือ 1 ข้างมาเกี่ยวที่ปากหลุมได้ กระนั้นหากเทียบความสมดุลของเกมรับและรุกของทั้ง 2 ฝ่าย ต่อพิฆาตคงไม่แพ้ในถิ่นเป็นแน่

ชลบุรี เอฟซี พบกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด (วันเสาร์, 17.30)

      ชลบุรี ต้องเผชิญปัญหานักเตะตัวหลักบาดเจ็บไปทีละคนสองคน แล้วมาผนวกกับโมเมนตัมที่ไม่เป็นใจ ทำให้ 3 นัดล่าสุด ต้องพุ่งชนต่อความพ่ายแพ้ ไม่ต่างจาก บียู ที่นับตั้งแต่ออกสตาร์ทเลกสอง ผลงานดรอปลงอย่างชัดเจน อีกทั้ง 2 แนวรุกที่เคยดุดันก็กลายเป็นเลี้ยงวนไปมาแบบมั่วซั่ว ฉะนั้นปัจจัยของการหาผู้ชนะ ต้องดูจากเจ้าบ้านว่าพร้อมขนาดไหน ซึ่งหากดูจากนัดล่าสุดฉลามชลไม่น่าจะฟูลทีม แต่ก็เชื่อว่าไม่น่าแพ้

ราชบุรี มิตรผล เอฟซี พบกับ  โปลิศ เทโร เอฟซี (วันเสาร์, 18.00 น.)

       การตัดสินใจเปลี่ยนโค้ชใหม่ของ ราชบุรี ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะมันสามารถฉุดสภาพทีมที่กำลังจะดำดิ่ง ให้หันหัวสู่กลางตารางแบบไม่ต้องหนีตาย ส่วน เทโร ผลงานเหมือนจะดี แต่มันดันออกเสมอแบบรัวๆ ทำให้แต้มไม่ค่อยขยับมาก ฉะนั้นการพบกันที่บ้านของราชันมังกร พวกเขาน่าจะใช้ความมั่นใจเฉือนชนะไปได้   

หนองบัว พิชญ เอฟซี พบกับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด (วันเสาร์, 18.00 น.)

      หนองบัว มีผลงานที่สุดบู่ยามเล่นนอกบ้าน เพราะยังไม่ชนะใคร ตรงข้ามกับการเล่นในบ้านที่ที่โหดเหี้ยม ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ ขอนแก่น ที่เก่งในบ้านเสียเหลือเกิน ฉะนั้นในเกมอีสานดาร์บี้ครั้ง เชื่อว่าเจ้าบ้านจะอาศัยจุดแข็งของตัวเองไปเบียดเอาชนะเพื่อเป็นการล้างแค้นได้ หลังจากยกแรกบุกไปพ่ายมา 1-0  

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

“สะดุดเพราะปืนฝืด”

บียู สะดุดอีกหน ด้วยการเจ๊า ราชบุรี แบบไม่มีสกอร์ 0-0

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 20 ในโปรแกรมของวันเสาร์ ณ สนามธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่แม้จะชนะมาในเกมล่าสุด แต่ฟอร์มโดยรวมยังปืนฝืดอยู่ แล้ววันนี้ต้องพบกับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ซึ่งได้โค้ชใหม่ประเดิมคุมสนามเกมแรก สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าาบ้านใช้ 3-5-2 ส่วนทีมเยือนยังยึด 4-3-3 เหมือนเดิม

เกมการแข่งขันเริ่มขึ้น ทรู แบงค็อก ใช้การต่อบอลจากหลัง สู่ข้างหน้าแบบเท้าสู่เท้า ซึ่งการทำแบบนี้จะช่วยให้มีช่องและพื้นที่สำหรับการเล่น กลับกันหากค่อยๆขึ้น ก็ต้องไปเซตหน้ากรอบและข่องเจาะในแดนสุดท้ายยาก โดยผลลัพธ์ที่ออกมา สามารถเข้าถึงแดนสุดท้ายได้อยู่เนืองๆ แต่แนวรับทีมเยือนถอยป้องกันดีและไม่เปิดพื้นที่ให้โจมตีแบบถนัดๆ

ขณะที่ ราชบุรี อย่างที่กล่าวไปว่าเกมรับดูดีและน่าจะดีกว่าเกมที่ผ่านๆมา เพราะไม่ค่อยปรากฏภาพของการผิดพลาดแบบง่ายๆ ส่วนเกมรุกขึ้นไม่บ่อย แต่ได้เห็นถึงพัฒนาการในเรื่องของการสอดประสาน โดยเมื่อใดที่ได้เซตบอลกลางสนาม หรือจะขึ้นเกมทางริมเส้น ก็มีตัวสอดประสานสำหรับเคาะบอลและทำชิ่ง มิใช่การเลี้ยงฝ่าแบบโต้งๆอย่างที่เคยเห็น

ครึ่งหลัง บียู เริ่มจะผ่านบอเข้าแดนอันตรายไม่ค่อยสำเร็จ ทำให้เริ่มเห็นการเลี้ยงฝ่าเพื่อแก้ปัญหา กระทั่งท้ายเกมพอใช้การปาด หรือแทง ก็เริ่มจะสร้างจังหวะได้ แต่เวลาไม่พอ ขณะที่ ราชบุรี เกมรับพยายามกระชับพื้นที่ตั้งแต่กลางสนาม แล้วมันก็ได้ผลจนเจ้าบ้านตื้อตัน แต่พอเจอการให้บอลแแบบปาดและแทง ก็เริ่มหลุดและตามไม่ค่อยทัน แต่ก็ไม่โดนยิง ส่วนเกมรุก ได้ลุ้นจากลูกตั้งเตะ หรือการฉวยโอกาสทำเร็ว ซึ่งก็มีโอกาสแต่ทำประตูไม่ได้

ภาพรวมของทั้ง 2 ทีม ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เกมรับไม่ค่อยมีปัญหา แต่เกมรุกส่ออาการปืนฝืดเรื้อรัง เพราะจากมั่นใจอยู่ดีๆและยิงได้เยอะ กลับกลายตอนนี้แค่จะยิงสักลูกยังลำบาก ซึ่งตรงจุดนี้เป็นเรื่องสภาพจิตใจล้วนๆ เพราะหากย้อนกลับไปในวันที่ยิงกระจาย ขอแค่มีรูก็พร้อมซัด ตรงข้ามกับตอนนี้ที่คิดนานจนช่องปิด ขณะที่ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี แม้จะได้ผลเสมอ แต่ก็ถือว่าน่าพอใจ เพราะเกมรับจากที่รั่วไหลและผิดพลาดง่ายๆ วันนี้ดูแน่นขึ้นกว่าหลายนัดที่ผ่านมา รวมถึงเกมรุกที่เริ่มจะเล่นกันเป็นทีม ไม่สะเปะสะปะและต่างคนต่างเล่นเหมือนที่ผ่าน ซึ่งในนัดต่อๆไปน่าติดตามว่าพัฒนาการจะดีขึ้นขนาดไหน

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

สรุปสถานการณ์ตารางคะแนนไทยลีก

3 โซนภาคตะวันออก หลังผ่าน 19 นัด

ศึกฟุตบอลมังกรฟ้าไทยลีก 3 โซนภาคตะวันออก กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล โดยการแข่งขันที่เหลืออีก 3 นัด บทสรุปของทีมหัวตารางใกล้จะชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันถ้าหันไปมองด้านล่าง จะพบความมันส์รออยู่เบื้องหน้า เพราะด้วยจำนวนทีมหนีตายและคะแนนที่ไม่ห่าง ทำให้นับจากนี้ยังคงต้องเดินหน้าโกยแต้มกันต่อไป

กลุ่มหัวตาราง

      พัทยา ดอลฟิน ยูไนเต็ด หรือ อีสาน พัทยา ในชื่อเดิม ซึ่งหลังจากเปลี่ยนเจ้าของใหม่ ก็ได้มีการยกเครื่องจากทีมระดับกลางๆ ให้กลายเป็นทีมขาใหญ่ของลีกภูมิภาค อีกทั้งยังได้โค้ชโต่ย ศิริศักดิ์ เข้ามาช่วย ทำให้สามารถโกยแต้มเป็นว่าเล่นจนน่าจะคว้าแชมป์ได้ไม่ยาก แต่ก็ต้องไม่ประมาททีมที่ตามหลัง เพราะคะแนนยังไม่ขาด ถัดมาจะเป็น บ้านค่าย ยูไนเต็ด กับ ฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี ซึ่งต้องขับเคี่ยวกันอย่างหนัก เพราะตั๋วสำหรับการไปรอบซุปเปอร์ลีก จะมีแค่ทีมเดียวที่สมหวัง ซึ่งตรงจุดนี้ถือเป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับทีมที่จะต้องพลาดตั๋วใบสุดท้าย เพราะต่างฝ่ายต่างเป็นทีมที่มีคุณภาพทั้งคู่ ขณะที่ ปลวกแดง ยูไนเต็ด ผลงานในปีนี้ดรอปลงมาเสียดื้อๆ อีกทั้งด้วยระยะห่างของแต้มจากพื้นที่โควตาอันดับ 2 ถึง 6 แต้ม มันก็เป็นผลให้พวกเขาไล่ไม่ทันและต้องล้มเหลวในปีนี้  

กลุ่มกลางตาราง

      สายมิตร กบินทร์ ยูไนเต็ด ผลงานพอๆกับเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมันอาจมองได้ว่าเป็นผลงานที่ไม่ล้มเหลว แต่มันก็น่าเสียดาย เพราะการตั้งเป้าหมายว่าอยากมีลุ้นโควตาซุปเปอร์ลีก ก็ไม่ได้แม้แต่เฉียด โดยการออกเสมอมากเกินไป ทำให้เสียแต้มไปเยอะ ถัดมา สอ.รฟ. เอฟซี อันดับดีและคะแนนมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว เช่นเดียวกับ อัศวิน เกาะขวาง เอฟซี ที่ขยับตัวเองขึ้นมาเป็นทีมกลางตารางแบบไม่ต้องลุ้นหนีตาย 

กลุ่มท้ายตาราง

      กลุ่มหนีตายของโซนภาคตะวันออก ถือว่าน่าติดตามและมีความมันส์รออยู่แน่ๆ เพราะมีถึง 5 ทีมที่อยู่ในข่าย ซึ่งจาก 5 จะมี 1 ผู้โชคร้ายที่ต้องลงไปเล่นลีกสมัครเล่นในปีหน้า เริ่มจาก จันทบุรี เอฟซี ที่ติดเสมอจนแต้มไม่ขยับและต้องมาอยู่ในข่ายหนีตาย ไม่ต่างกับ บ้านบึง ที่คะแนนเท่ากัน แต่ในรายของฉลามชลน้อยจะติดพ่ายเยอะ แต่ชดเชยด้วยชัยชนะ โดยทั้ง 2 ทีมนี้ ถ้าเก็บได้อีกสัก 1-2 คะแนน ก็คงไม่มีปัญหา ถัดมาจะเป็น กองเรือยุทธการ กับ สระแก้ว เอฟซี ที่ต้องพยายามคว้าชัยอีกสักนัด เพราะถ้าหาก 3 นัดจากนี้ ไม่มีแต้ม ก็ต้องลุ้นผลคู่อื่นเอา ส่วนที่อยู่ในข่ายโซนแดง คือ นาวิกโยธิน ยูเรก้า เอฟซี ที่ในปีนี้ผลงานดรอปลงแบบน่าใจหาย โดยถ้าใน 3 นัดนี้ ไม่มีชัยชนะ ทีมที่อยู่ด้านบนทั้งหมด ก็เตรียมเฮกันได้

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

สรุปสถานการณ์ตารางคะแนนไทยลีก

3 โซนกรุงเทพและปริมณฑล หลังผ่าน 22 นัด

ศึกฟุตบอลมังกรฟ้าไทยลีก 3 โซนกรุงเทพและปริมณฑล ถือเป็นโซนที่มีจำนวนแมตช์มากกว่าโซนอื่นๆ เนื่องจากมีทีมเข้าร่วมการแข่งขัน 14 ทีม ซึ่งในตอนนี้เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายในนัดที่ 22 ขณะที่แมตช์การแข่งขันยังเหลืออีก 4 นัด แต่สถานการณ์การเลื่อนชั้นและหนีตาย ยังต้องลุ้นกันต่อแบบนัดต่อนัด

กลุ่มเลื่อนชั้น

      ในกลุ่มหัวตาราง ต่างมีผลงานที่สะดุดกันแบบรัวๆ ทำให้แต้มไม่ขาดและค่อยๆจูงมือกันไป โดยทางฝั่ง บางกอก เอฟซี ได้ก้าวขึ้นมานำจ่าฝูงและมีลุ้นแชมป์ แต่หากดูจากระยะห่างของแต้มก็ยังประมาทไม่ได้ เพราะหากสะดุดสัก 1-2 นัด ก็มิสิทธิ์กระเด็นจากพื้นที่ซุปเปอร์ลีกได้เลย ส่วนทางด้าน นนทบุรี กับ นอร์ทกรุงเทพ แต้มบี้กันแบบหายใจรดต้นคอ ซึ่งนั่นเป็นผลให้ในอีก 4 นัดที่เหลือ จะพลาดง่ายๆไม่ได้เด็ดขาด กระนั้นก็ต้องไม่ลืม เกษมบัณฑิต ที่พร้อมจะสอดแทรกเสมอหากใครพลาด แม้ด้วยจำนวนแต้มจะมีโอกาสยากสักหน่อย ฉะนั้นโดยสรุป คือ กลุ่มเลื่อนชั้นมีลุ้น 4 ทีม และจะมีเพียง 2 ทีม ที่สมหวังกับการไปเล่นรอบระดับประเทศ  

กลุ่มกลางตาราง

      การเก็บผลเสมอมากเกินไป ทำให้ จามจุรี หมดลุ้นคั่วอันดับกับทีมด้านบน และต้องอยู่ในลีกภูมิภาคต่อไปอีกฤดูกาล เช่นกันกับ เมืองนนท์ ที่ผลงานค่อนข้างน่าผิดหวัง กับการลงมารั้งอันดับกลางตาราง ทั้งๆที่ต้นฤดูกาลนี่คือทีมเต็งที่จะขับเคี่ยวแชมป์ โดยผลงานที่แพ้ เสมอ ชนะ สลับกันไปเรื่อย นับเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผลงานล้มเหลว ตรงกันข้ามกับ พราม ที่ต้องชื่นชม เพราะจากทีมที่เคยหนีตายเมื่อฤดูกาลก่อน ตอนนี้ได้ยกระดับมาเป็นทีมกลางตาราง ส่วน สยาม ทหารบก ทหารอากาศ และธนบุรี ปลอดภัยและการันตีการอยู่รอดแบบแน่นอนแล้ว กับการมีคะแนนราว 20-28 คะแนน ณ ตอนนี้  

กลุ่มหนีตกชั้น  

      ในโซนตกชั้นยังต้องลุ้นกันอีก 3 ทีม เริ่มจาก อินเตอร์ แบงค็อก ซึ่งผลงานไม่ต่างจากปีที่ผ่านมา โดยการมี 16 คะแนน และห่างโซนแดง 5 แต้ม ถือว่าใจตุ่มๆต่อมๆ แต่หากนับจากนี้เก็บได้อีกสัก 4-5 คะแนน ก็น่าจะอยู่รอดแบบไม่มีปัญหา ถัดมา เกร็กคู ลูกทัพฟ้า ที่ผลงานในปีนี้ดรอปไปหน่อย ทำให้ต้องมาหนีตายในรอบหลายฤดูกาล ซึ่งการมีแต้มห่างจากโซนแดงแค่ 2 แต้ม ถือว่าสุ่มเสี่ยงและต้องเร่งเครื่องเอาชัยชนะสักนัด สุดท้าย สมุทรปราการ ถือว่าเป็นขาประจำของการหนีตายและรอดมาหลายปี แต่สำหรับปีนี้คงไม่น่ารอดเสียแล้ว เพราะการชนะเพียงนัดเดียวและผลออกเสมอเยอะ มันทำให้แต้มไม่ค่อยขยับและไล่ทีมข้างบนยาก

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

สรุปภาพรวม ราชบุรี มิตรผล เอฟซี

ในเลกที่ 1 ฤดูกาล 2021/22

ในเลกแรกของฤดูกาลก่อน ทำผลงานได้ดีและขึ้นไปถึงอันดับที่ 4 ของตาราง จากนั้นในเลกที่ 2 ผลงานรูดลงมา แต่ด้วยแต้มบุญที่ทำไว้ในเลกแรก มันก็เป็นผลให้พวกเขาได้สิทธิ์ไปลุยถ้วยเอเชียในบั้นปลาย แม้ว่าสุดท้ายจะตกรอบตั้งแต่หัววัน แถมโดนคู่แข่งไล่ถล่มเป็นว่าเล่น ทั้งๆที่ตัวเองขอยื่นเป็นเจ้าภาพเพื่อความได้เปรียบแล้วแท้ๆ  อีกทั้งการเสียตัวแนวรุกต่างชาติออกไป พร้อมกับกัปตันของทีมอย่าง โรเลอร์ ก่อนหน้านี้ ถือเป็นความเสียหายและเป็นเหตุผลที่ทำให้ผลงานของ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ดูดรอปลง

หลังจากตกรอบ ACL รอบแบ่งกลุ่ม ราชบุรี มิตรผล เอฟซี เห็นถึงสิ่งที่ทีมขาด จึงได้ทำการเสริมแนวรุกอย่าง แดรเลย์ เข้ามา เพื่อหวังให้เป็นตัวทำสกอร์ แต่ทีมดันไม่เสริมแนวรับเข้ามาเสียอย่างนั้น โดยการเปิดฤดูกาลใหม่นี้ ราชันมังกรยังคงยึดการเล่นหน้า 3 ตัว แต่ผลงานที่ออกมาถือว่าหลุดจากที่คิดไว้เยอะ เพราะการเล่นเกมรุกดูต่างคนต่างเล่นและไม่ค่อยช่วยเหลือกัน ทำให้ภาพที่ออกมามัก คือ หน้าซ้าย-ขวา ป้อนบอลให้กับหน้าเป้า แต่ต้องมีอันถูกสกัดง่ายๆอยู่ร่ำไป ถัดมาที่ตำแหน่งแดนกลาง ไม่มีความสำคัญและไม่สามารถแจกจ่ายบอลไปให้แดนหน้าได้ ซ้ำร้ายในแผงกองหลัง การใช้ตัวไทยแบบล้วนๆ มันไม่สามารถต้านทานเกมรุกของคู่แข่งที่มีตัวต่างชาติระดับเกรดเอได้ อีกทั้งคู่แนวรับอย่าง ปวีร์ กับ ปวีณวัชร์ ยังมีความผิดพลาดที่เกิดจากตัวเองอีก แล้วนั่นก็เป็นภาระให้ กัมพล ต้องเซฟแบบรัวๆ จนได้สถิติว่าเป็นผู้รักษาประตูที่มีจังหวะเซฟมากที่สุดในลีกอีกด้วย

ผลงานในเลกแรกของ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ขยับขึ้นลงอยู่แค่บริเวณกลางตาราง ส่วนที่แย่สุดๆ คือ ใกล้โซนแดง เมื่อผ่านเกมที่ 10 กับ สมุทรปราการ แต่สุดท้ายสามารถถีบตัวเองขึ้นมาได้ชัยชนะ กระนั้นมันก็ไม่สบายใจ เพราะฟอร์มและทรงบอลไม่เข้าทีเลย โดยหลังจากจบเลกแรก ราชันมังกรมีการปล่อยตัวผู้เล่นออก ขณะที่ขาเข้าและชื่อชั้นดูเข้าท่า ประกอบไปด้วย คาราบูเอ้ ซาโตะ และ เยนเซ่น ซึ่งการเสริมทัพประมาณนี้ น่าจะเพียงพอสำหรับการหนีตาย หากมีการปรับปรุงวิธีการเล่น ตรงกันข้ามหากทรงบอลยังเป็นแบบเดิมๆ การตกชั้นของทีมใหญ่เหมือนที่ การท่าเรือ และ บีจี ปทุม เคยเจอ ก็อาจเกิดขึ้นกับ ราชบุรี ก็ได้

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

สรุปภาพรวม โปลิศ เทโร เอฟซี

ในเลกที่ 1 ฤดูกาล 2021/22

เมื่อฤดูกาลก่อน โปลิศ เทโร เอฟซี ต้องเจอกับความยากลำบากในการหนีตาย แต่สุดท้ายก็รอดมาได้ นั่นจึงทำให้พวกเขาติดโผที่มีลุ้นหนีตายอีกปีในซีซั่นนี้ กระนั้นเมื่อการแข่งขันเริ่มต้นจนจบเลกแรก พวกเขามีฟอร์มที่ไม่สวยหรู แต่ก็เก็บได้ถึง 20 แต้ม พร้อมกับการรั้งอันดับที่ 9 ของตาราง

      นับตั้งแต่ปีแล้ว โปลิศ เทโร เอฟซี ปล่อยและขายตัวผู้เล่นหลักออกทีมค่อนข้างเยอะ ตรงข้ามกับการเสริมเข้ามาใหม่ ที่ชื่อเสียงเรียงนามไม่เสมอเหมือนกับคนที่ออกไป หรือหากมองที่ตัวสำรอง ก็ล้วนแต่เป็นตัวชราภาพและใกล้ปลดระวาง ฉะนั้นมันจึงไม่แลกนักถ้าจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มทีมตกชั้น      

      ฟุตบอลของโค้ชอ้น รังสรรค์ เป็นฟุตบอลที่มีระบบชัดเจน คือ เล่น 4-3-3, 4-2-3-1 ในบ้าน ส่วนถ้าออกเป็นเล่นเป็นทีมก็อาจปรับเป็น 3-4-3 กระนั้นจากผลงานในช่วง 5 นัดแรก ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดำดิ่งสุดๆ เพราะต้องรอถึงนัดที่ 6 ถึงจะเจอชัยชนะ แล้วจากนั้นก็คว้าชัยได้อยู่เรื่อยๆ ซึ่งในแผงเกมรับดูเป็นจุดอ่อน เพราะมักถูกคู่แข่งยิงบ่อย อีกทั้งไม่ว่าใครจะลงมาเป็นผู้รักษาประตู ก็จะต้องเซฟจนเจ็บมือ ขณะเดียวกัน แนวรุกก็ไม่มีการขึ้นบอลที่เป็นระบบเอาเสียเลย อีกทั้ง เปาลิสต้า ที่เป็นแนวรุกคนสำคัญก็ดันมีอาการบาดเจ็บ กระนั้นยังดีที่ เจนภพ สามารถเป็นมวยแทน แล้วยิงประตูได้สม่ำเสมอ ทำให้ในหลายๆนัดได้แต้มมา แม้ว่าเหนื่อยแทบลากเลือดก็ตาม  

ในทันทีที่จบเลกแรก ผลงานของ โปลิศ เทโร ออกมาดีแบบเกินคาด แต่ในทางกลับกันปัญหาเรื่องการเงินของสโมสร ได้กลายเป็นปัญหาให้ทีมต้องมีเรื่องขัดใจกับนักฟุตบอล เริ่มจากผู้รักษาประตู 2 ราย อย่าง ประสิทธิ และ กิตติภูมิ ที่ถึงขั้นยอมแหกกฎไปเล่นบอลเดินสาย หรือในรายของ เจนภพ ที่เลือกจะอำลาทีมไป เพื่อไปอยู่ในทีมที่มั่นคงกว่า แม้โอกาสลงสนามจะน้อยนิด

ส่วนการเสริมทัพในเลกที่ 2 ได้มีการดึงผู้รักษาประตูโคตรประสบการณ์อย่าง สินทวีชัย เข้ามาเฝ้าเสา กับ กรวิทย์ ที่เป็นอดีตปราการหลังทีมชาติ ซึ่งดาวเตะวัยชราภาพทั้ง 2 ราย ได้หลีกหนีสังกัดเก่าที่ค้างคาค่าเหนื่อยมาหลายเดือน พร้อมกันนั้นยังได้ดึงตัว เรียว มัตซึมูระ มาจาก บีจี ปทุม เพื่อเพิ่มความการลากเลื้อยทางริมเส้น ซึ่งจากการเสริมทัพดังที่กล่าวมานี้ ก็คงจะเพียงพอต่อการอยู่รอดอีกปี  

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

ฟุตบอลโลก รอบ 12 ทีมสุดท้าย

เวียดนาม กำลังได้รับบทเรียนเหมือนที่ ไทย เคยเป็น ?

การแข่งขันฟุตบอลโลก รอบ 12 ทีมสุดท้าย ของโซนเอเชีย ทีมชาติเวียดนาม ที่ผ่านเข้ามาเล่นรอบนี้เป็นครั้งแรกและตกรอบไปตั้งแต่หัววัน นั่นจึงทำให้ทัพดาวทองหันเหเป้าหมายไปที่การเก็บแต้มให้มากที่สุด แต่จนถึงตอนนี้ 7 นัด ก็ยังตามหาแต้มแรกไม่เจอ หลังจากนัดล่าสุดโดน ออสเตรเลีย ถล่ม 4-0 ซึ่งจากภาพตรงนี้ เวียดนาม กำลังได้รับบทเรียนเหมือนที่ ไทย เคยเจอ อีกทั้งอาจจะเป็นบทเรียนที่หนักหนาสาหัสกว่าด้วย

หากย้อนกลับไปในตอนที่ ไทย ผ่านเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้าย เป็นหนที่ 2 แฟนบอลจำนวนไม่น้อย ต่างวาดฝันว่าเราใกล้เคียงกับการไปฟุตบอลโลก ซึ่งไม่ต่างกับ เวียดนาม ที่คว้าแชมป์ระดับอาเซียนมาครบ และเคยไปถึงรองแชมป์ U-23 ของทวีป กระนั้นในรอบ 12 ทีมสุดท้าย สิ่งที่ต้องเข้าใจ คือ มันมีการแบ่งระดับของทีมที่เข้ามาสู่รอบนี้ ได้แก่ ชาติที่มีลุ้นเต็มตัวไปฟุตบอลโลก ชาติที่มีลุ้นห่างๆ และชาติที่เข้ามาเพื่อเก็บแต้ม โดยสิ่งที่ต้องการสื่อ คือ ชาติจากอาเซียนอย่าพึ่งคิดข้ามสเต็ป แต่จงคิดทีละสเต็ป อาทิ เข้ารอบให้บ่อยๆ และค่อยๆพัฒนาให้แต้มได้เยอะๆ แล้วเมื่อไรที่เก็บได้ถึง 10 แต้ม การมีลุ้นไปฟุตบอลโลกถึงจะมองได้

ในช่วงที่ทีมชาติไทย ทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง แฟนบอลต่างมองว่าซิโก้ คือ โค้ชที่เก่งระดับอ๋อง ทำให้เมื่อร้องรอขออะไร สมาคมฟุตบอล สโมสรสมาชิก หรือแฟนบอล ต่างเห็นด้วย จนลืมนึกความเสียหายที่จะเกิดตามมา อาทิ โปรแกรมบอลลีกที่ถูกเลื่อนออกไปเป็นว่าเล่น เพราะโค้ชต้องการเวลาซ้อมเยอะๆ ซึ่งไม่ต่างกับ เวียดนาม ที่ถึงขั้นตัดจบลีก เพื่อให้ลุงปาร์คเรียกนักบอลไปซ้อมแบบเต็มปอดเกือบครึ่งปี โดยจากเคสทั้ง 2 มันสื่อให้เห็นว่า พวกเราให้ความเชื่อมั่นกับโค้ชเพียงคนเดียวมากเกินไป แต่สุดท้าย โค้ชทั้ง 2 ราย ก็เป็นเพียงคนธรรมดา ที่ไม่สามารถสร้างผลงานในระดับสูงแบบถาวรได้ หากพื้นฐานของนักเตะยังไม่ก้าวตาม

“หากฟุตบอลลีกดี ทีมชาติก็จะดีตาม” คำกล่าวนี้ใช้ไดักับทุกชาติที่อยากไปฟุตบอลโลก เพราะการมีฟุตบอลลีกที่มาตรฐาน มันจะส่งเสริมให้ทีมชาติมีทรัพยากรเยอะและจะเป็นงานง่ายของโค้ช ในการเลือกคนมาติดทีมชาติ นอกจากนี้ชาตินั้นๆจะต้องมีสไตล์ของตัวเอง เพราะหากทีมในลีกเล่นในแนวทางเดียวกัน มันก็จะเป็นผลดีเมื่อมาเล่นในแคมป์ทีมชาติ ซึ่งไม่ต้องใช้เวลายาวนานในการปรับตัว สุดท้ายมันก็จะเป็นผลดีกับทุกฝ่าย คือ บอลลีกเตะได้ตามปฏิทิน โดยไม่ต้องเลื่อนโปรแกรมบ่อยๆ และทีมชาติก็ใช้เวลาซ้อมไม่นาน แต่ผลงานออกมาดี โยรูปแบบเช่นนี้ ไทย กำลังปรับตัวได้ดี แต่สำหรับ เวียดนาม อาจจะต้องปรับอีกสักพักใหญ่ๆ

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

“พ่ายแบบนี้เจี๊ยบขอลา”

ราชบุรี ทิ้งขว้างโอกาส พ่าย เมืองทอง 0-1 ส่งท้ายโค้ชเจี๊ยบ    

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดตกค้างนัดที่ 18 ซึ่งถูกเลื่อนมาจากเมื่อสุดสัปดาห์ ให้มาลงเตะในวันพุธ ณ สนามมิตรผล สเตเดี้ยม ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ที่ผลงานในเลกที่ 2 ยังไม่ดี จะต้องพบ เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่มาในสภาพที่ไม่ฟูลทีมนัก สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านมาในระบบ 4-3-3 ขณะที่ทีมเยือนต้องปรับไปเล่น 5-3-2 เพื่อให้สอดคล้องกับตัวผู้เล่นที่มีอยู่

      การแข่งขันเริ่มต้น ราชบุรี เริ่มต้นด้วยการเพรสซิ่งใส่ทีมเยือนจนออกบอลไม่ได้ อีกทั้งยังเอาบอลมาครองและเปลี่ยนเป็นเกมบุกได้ แต่เมื่อถึงคราวที่จะสร้างจังหวะเข้าทำ ดันเปิดบอลไม่ดี จ่ายบอลตะกุตะกะ และจบสกอร์ด้วยการยิงไปไหนก็ไม่รู้ ขณะที่ เมืองทอง พยายามจะเล่นในสไตล์ตัวเอง ด้วยการต่อบอลจากหน้าบ้าน ซึ่งในวันนี้พอแกะเพรสซิ่งพ้นแดนกลางและจะต้องทำเกมรุก ก็จะเป็นในลักษณะเลี้ยงตะลุยไปข้างหน้า แล้วในหลายๆครั้งมันเสียกลางทาง จนต้องวิ่งหน้าตั้งกลับมาป้องกัน

ครึ่งหลัง ราชบุรี เห็นว่าตัวเองสามารถคลุมเกมไว้ได้ จึงเลือกที่จะระดมสาดบอลไปหน้า ซึ่งก็มีโอกาส แต่ทำไม่ได้ กระนั้นพอเป็น เมืองทอง ได้บุกขึ้นมาและได้เตะมุม ก็ขึ้นนำ 0-1 ไปเสียดื้อๆ โดยจังหวะนี้ กัมพล ผิดพลาดที่ตัดสินไม่ดี เนื่องจากมีโอกาสจะออกมาคว้าบอลแบบสบายๆ แต่ดันเลือกถอยและบัดบอลไม่ดี จนไปเข้าทาง อาดิเยียห์ ได้โขกโล่งๆ จากนั้นกลายเป็นทีมเยือนที่ถอยไปตั้งรับ แล้วเมื่อไรที่สวนกลับก็จะขึ้นไม่กี่คน เพราะกลัวเสียบอลกลางทาง นั่นจึงเป็นผลให้เจ้าถิ่นมีโอกาสจะบุกได้เต็มที่ พร้อมกับมีการส่งตัววางบอลลงมา แล้วมันก็มีโอกาสได้จบสกอร์ แต่ก็ดันยิงทิ้งยิงขว้างไปเสียหมด    

      ภาพรวมของทั้ง 2 ทีม ราชบุรี มิตรผล เอฟซี เกมนี้ถือว่าเสียหาย เพราะคู่แข่งมาในสภาพไม่พร้อม โดยเกมรุกอาจไม่มีทรงที่สวยงาม แต่ด้วยศักยภาพของผู้เล่นรายบุคคล มันก็มีผลต่อการสร้างอันมากมาย แต่ดันจบสกอร์ไม่คมเสียเลย ไม่ต่างกับเกมรับที่แทบจะไม่โดนกดดันอะไรหนักหนา แต่ก็มีอันพลาดง่ายๆจนต้องเสียประตู ขณะที่ เมืองทอง ยูไนเต็ด ถือว่าได้กำไร เพราะมาในสภาพที่ขอเล่นให้จบ โดยสิ่งที่เห็นคือ พวกเขาวางเกมรับให้หนาแน่ และเน้นการโต้กลับ แล้วยิ่งหลังจากได้ประตูนำ พวกเขาก็เลือกที่จะอุดแบบเต็มพิกัด จนคว้า 3 แต้ม ออกมา

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover