Categories
Sport

รีวิวก่อนเกมรีโว่ไทยลีก

นัดที่ 14 (โปรแกรมวันเสาร์)

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก เดินทางมาถึง แมตช์การแข่งขัน นัดรองสุดท้ายของเลกแรกแล้ว ซึ่งในสัปดาห์ที่ 14 นี้ ลงแข่งขันในวันเสาร์ 4 คู่ แบบเวลาไม่ชนกัน โดยคู่เปิดหัวจะเป็นทีมใหญ่เจอกับโค้ชโอ่งที่พึ่งได้งานใหม่สดๆร้อนๆ จากนั้นต่อด้วยการขึ้นเหนือ 2 คู่ และปิดท้ายที่บิ๊กแมตช์ใน กทม. กระนั้นผลการแข่งขันที่คาดจะเป็นอย่างไร นับจากนี้เราจะมารีวิวกัน

ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด พบกับ พีที ประจวบ เอฟซี (18.00 น.)

          การบุกไปพ่าย เทโร เมื่อสัปดาห์ ส่งผลเสียหาต่อ แบงค็อก อย่างแรง เพราะมันทำให้ทีมจ่าฝูงมีคะแนนทิ้งห่างออกไป ส่วนทางฝั่ง ประจวบ การพ่ายแพ้ด้วยสกอร์ที่ขาดลอยอีกครั้ง มันก็ได้กลายเป็นการแยกทางกันระหว่างโค้ชโจกับทีม ซึ่งการบุกไปเยือนถิ่นแข้งเทพ เจ้าบ้านต้อคว้าชัยชนะสถานเดียว มิเช่นนั้นจะเข้าลูปเดิมที่มักฟอร์มหลุดช่วงกลางฤดูกาล

ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด พบกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด (18.30 น.)

          เชียงราย บุกไปพ่าย บุรีรัมย์ มาแบบหมดสภาพ แต่กระนั้นพวกเขาก็ยังมีสถิติที่ดียามเล่นในบ้าน เพราะสามารถตบคู่แข่งได้และไม่ยังไม่แพ้ใคร ส่วนทางฝั่ง เมืองทอง หลังจากยิงถล่มทลายมา 2 นัด ก็ได้สะดุดเสมอ 2 นัดติด พร้อมกับเล่นฟอร์มที่กลับมาเหี่ยวเฉาอีกครั้ง นั่นจึงทำให้มองว่ากว่างโซ้งมหาภัย น่าจะไม่ยากต่อการเก็บ 3 แต้ม ในนัดนี้  

สุโขทัย เอฟซี พบกับ หนองบัว พิชญ เอฟซี (19.00 น.)  

          ผลงานการคว้าชัยชนะ 2 นัดติด แถมนัดล่าสุดเป็นบุกเก็บ 3 แต้ม เหนือ บีจี ปทุม แบบคาถิ่น มันก็ได้เป็นผลให้ สุโขทัย เกาะพื้นที่กลางตารางแบบเหนียวแน่น ส่วนทางฝั่ง หนองบัว ยังจมอยู่ในพื้นที่ตกชั้น อีกทั้งอาการยังไม่ดีขึ้นแม้จะเปลี่ยนตำแหน่งเฮดโค้ชแล้วก็ตาม อีกทั้งการบุกไปเยือนทุ่งทะเลหลวง ก็นับเป็นงานที่ยากยิ่งและน่าจะเสร็จค้างคาวไฟ ที่อย่างแย่สุดคงไม่แพ้คาถิ่น

การท่าเรือ เอฟซี พบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (19.30 น.)

          ก่อนเกมบิ๊กแมตช์จะเริ่มขึ้น การท่าเรือ ที่ผลงานยังลุ่มๆดอนๆ ได้ทำการปลด คูเปอร์ ออกจากตำแหน่งเฮดโค้ชแล้ว ซึ่งก็ต้องดูกันต่อไปจะมีการแต่งตั้งใครเข้ามารับงานต่อ ส่วนทางฝั่ง บุรีรัมย์ ตอนนี้ติดลมบนไปแล้ว กับการเดินหน้าเก็บ 3 แต้ม แต่ก็มีบางที่หลุดเสมอ กระนั้นการบุกเยือนแพท สเตเดี้ยม ก็ยังเชื่อว่าปราสาทสายฟ้าจะไม่แพ้เป็นเบื้องต้น จากนี้เหลือลุ้นว่าจะ 1 หรือ 3 แต้ม เท่านั้น

ติดตามความ Sport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

แข่งแบบลีกดีกว่าน็อคเอ้าท์ ?

ไทยแลนด์อเมเจอร์ลีก แข่งแบบลีกดีกว่าน็อคเอ้าท์ ?

รูปแบบการแข่งขันฟุตบอลอเมเจอร์ลีก ไทยแลนด์อเมเจอร์ลีก หรือทัวร์นาเมนต์สมัครเล่นเพื่อค้นหาทีมขึ้นไปเล่นในลีกอาชีพในระดับไทยลีก 3 ในยุคของสมาคมชุดนี้ได้ตัดทอนที่จะต้องเล่น ถ้วย ง และ ค ออก แล้วเลือกใช้วิธีแข่งทัวร์นาเมนต์เดียวและรู้ผล ซึ่งมันมีแง่ดีตรงที่ใครอยากจะส่งทีมเพื่อเล่นลีกอาชีพ ก็จะใช้เวลาอย่างน้อยที่สุดแค่ 1 ปี แต่ในแง่ของข้อเสียหากพลาดแพ้ขึ้นมา ก็จะต้องรอเล่นใหม่อีกครั้งปีหน้า

รูปแบบการแข่งขันแบบเดิม กับ ปัจจุบัน

      จากที่เท้าความไว้ในข้างต้น ไทยแลนด์อเมเจอร์ลีกก่อนจะที่นายกสมยศจะเข้ามา ระบบฟุตบอลสมัครเล่นจะต้องไต่เต้าจากถ้วย ง ค และ ข ฉะนั้นหากใครต้องการสร้างทีมเพื่อส่งแข่งลีกอาชีพ จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยที่สุด 3 ปี และทีมที่จะขึ้นมาสู่ลีกอาชีพก็มีเพียงแค่ 2 ทีม ต่อฤดูกาลเท่านั้น ทำให้สมาคมฟุตบอลชุดนี้ ได้จัดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบเล็กน้อย คือ เพิ่มโควตาทีมที่จะขึ้นมาสู่ลีกอาชีพเป็น 12 ทีม หรือ 2 ทีมต่อโซน

จากทั้งหมด 6 โซน นั่นจึงทำให้อดีตทีมที่เคยโลดแล่นอยู่ในดิวิชั่น 2 เดิม กับกลุ่มทีมสมัครเล่นหน้าใหม่ ต่างพร้อมใจกันมุ่งมั่นเพื่อจะลงแข่งในรายการนี้ เพราะการไปเล่นลีกอาชีพขอเพียงเป็น 2 สุดยอดทีมในภูมิภาคนั้นๆก็พอ แต่จากปัญหาที่เกิดขึ้นในรอบหลายปีที่ผ่านมา ทีมเต็ง ทีมที่มีความพร้อมจะขึ้นไปสู่ลีกอาชีพ ดันพ่ายแพ้และตกรอบไปเสียก่อน กลับกันทีมที่เป็นม้ามืด หรือแค่มาร่วมแข่งขันเพื่อเอาประสบการณ์ กลับประสบความสำเร็จและได้สิทธิ์ขึ้นไปเล่นไทยลีก 3 กระนั้นปัญหาของพวกเขา คือ ไม่มีความพร้อมทางทุนทรัพย์และการบริหารจัดการแบบมืออาชีพ

เปลี่ยนจากทัวร์นาเมนต์ เป็นมินิลีก ?         

แนวทางที่สมาคมฟุตบอลวางไว้และจะเริ่มพูดคุยอย่างจริงจัง คือ การปรับทัวร์นเมนต์ ไทยแลนด์อเมเจอร์ลีกแบบแพ้คัดออก มาเป็นมินิลีกตามโซนภูมิภาค ซึ่งหากทีมเยอะกว่าจำนวนที่ตั้งไว้ ก็อาจจะมีการเตะคัดออกก่อนเข้าสู่รอบมินิลีก โดยผลที่จะได้ คือ ได้ทีมที่เก่งและพร้อมจริงๆสำหรับการไปลุยไทยลีก 3 อีกทั้งทีมดวงแข็งหรือม้ามืดก็จะหายไป

และแน่นอนว่าทีมระดับตำนานที่เคยอยู่ในดิวิชั่น 2 ก็จะมีโอกาสได้กลับไปมากขึ้น หากเตรียมตัวดีและมีขนาดทีมที่ใหญ่พอ แต่ท้ายที่สุดก็ต้องไม่ลืมว่าการแข่งแบบมินิลีกย่อมใช้เงินมากกว่า ซึ่งตรงนี้จะส่งผลต่อการเข้าร่วมการแข่งขันของทีมต่างๆหรือไม่ หรือสมาคมจะสนับสนุนงบประมาณได้หรือไม่ ก็เป็นเรื่องรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องไปตกลงกัน 

ติดตามความ Sport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

ระบบไทยๆ กับฟุตบอลไทย

ระบบไทยๆ ทำร้ายฟุตบอลไทย

นับตั้งแต่ช่วงโควิด-19 เป็นต้นมา การทำงานของสมาคมฟุตบอลเหมือนกราฟที่พุ่งลงต่ำอย่างเดียว ดังจะเห็นจะได้จากการทำงานในหลายๆส่วนที่ดูจะเป็นการประสานงา มากกว่าจะเป็นประสานงาน และเรื่องที่ดูจะเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มากที่สุด คงหนีไม่พ้นการกำหนดเป้าหมายจากภาครัฐ ที่ส่งตรงมาถึงสมาคมฟุตบอลว่า ทีมชาติไทย ในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ที่กัมพูชา ต้องคว้าเหรียญทองให้ได้ แล้วถ้าหากทำได้ต้องมีคนรับผิดชอบ ซึ่งหากฟังและตีความ นี่ถือเป็นความคิดที่ล้าหลังและกำลังทำลายโครงสร้างฟุตบอลอาชีพเข้าอย่างจัง    

เป้าหมายของรัฐ และคำสั่งตรงจากประธานโอลิมปิก

      เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ก่อนจะเริ่มมหกรรมกีฬาใดๆก็ตาม ก็จะต้องมีการประชุมและวางเป้าหมายก่อนไปทำการแข่งขัน แต่ที่เห็นว่าไม่ปกติ คือ ภาครัฐได้เอาผลงานมาเป็นตัวชี้วัดต่อการให้งบประมาณสนับสนุนในปีต่อไป นั่นจึงกลายเป็นการบีบบังคับว่าถ้าสมาคมฟุตบอลไม่สามารถทำ ทีมชาติไทย ให้คว้าเหรียญทองได้ งบประมาณที่จะได้ก็จะถูกตัด อีกทั้งการกล่าวของรองนายกรัฐมนตรีและประธานโอลิมปิกอย่าง พอเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ว่าหากไม่ได้เหรียญทองกลับมา จะต้องมีคนรับผิดชอบ มันก็ยิ่งทำให้นายกสมาคมและผู้เกี่ยวข้อง ต้องพยายามจัดทีมที่พร้อมที่สุดไปลงแข่งขัน  

ฟุตบอลอาชีพ กับทัวร์นาเมนต์สมัครเล่น

      ด้วยการกล่าวที่ปราศจากวิสัยทัศน์ มันจึงกลายเป็นการทำลายโครงของฟุตบอล เพราะในปัจจุบันนี้ฟุตบอลไทยเป็นลีกอาชีพและมีช่วงเวลาของการปล่อยตัวมาเล่นตามปฏิทินฟ่าเดย์ แต่สำหรับทัวร์นาเมนต์ซีเกมส์ มันเป็นเพียงรายการสมัครเล่นที่แข่งขันกันเองภายในอาเซียนและไม่มีผลอะไรหากคว้าเหรียญทองมาได้ ฉะนั้นหากจะหยุดลีกเหมือนที่เคยมาก่อนหน้านี้ มันก็คงต้องกล่าวว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่มีวิสัยทัศน์ของการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย 

สิ่งที่ควรจะเป็นสำหรับฟุตบอลไทย และ ทีมชาติไทย

      สิ่งที่ควรจะเป็นและจะมีผลต่อวงการกีฬา ที่ไม่เฉพาะแค่กีฬาฟุตบอล คือ ภาครัฐควรลงรายละเอียดก่อนจะกำหนดเป้าหมาย มิใช่กำหนดแบบโต้งๆว่าต้องการเหรียญทองเท่านั้นเท่านี้ ส่วนฟุตบอลทีมชาติไทย แน่นอนว่าทัวร์นาเมนต์แบบนี้ควรเป็นเวทีสำหรับเด็กที่สโมสรพร้อมจะปล่อยมาเล่นทีมชาติ หรือกำหนดชุดที่จะไปทำการแข่งขัน เช่น ชุดยู 21 ยู 19 อย่างไรก็ว่าไป เพื่อเป็นการเตรียมตัวสำหรับการเล่นในทัวร์นาเมนต์ใหญ่และเป็นอนาคตให้กับทีมชาติชุดใหญ่ มิใช่หยุดลีกแรมเดือนเพื่อเอานักเตะชุดใหญ่ไปเล่นแบบที่ทำมา เพราะผลลัพธ์ในท้ายที่สุดเราจะไม่ก้าวข้ามอาเซียนและฟุตบอลโลกจะเป็นแค่ฝันไปจนวันตาย

ติดตามความ Sport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

“สกอร์ขาดช่วงท้าย”

บียู เบิ้ล 2 ประตูท้ายเกม ชนะ โคราช 3-0

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 4 ในโปรแกรมวันเสาร์ ณ สนามทรู สเตเดี้ยม ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ออกสตาร์ทได้อย่างสวยหรู แถมนัดล่าสุดบุกถล่มลำปาง แบบไม่ไว้หน้า วันนี้จะต้องพบกับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ที่ผลงานดีใช้ได้ สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านและทีมเยือนต่างใช้ 4-2-3-1 เหมือนกัน

      ช่วงต้นเกม ทรู แบงค็อก พยายามเจาะทางฝั่งซ้ายด้วยการเลี้ยงจี้ใส่แล้วจบสกอร์ หรือลากหาช่องเพื่อจ่ายให้ตัวที่ยืนอยู่หน้ากรอบเขตโทษได้ยิง ซึ่งสร้างความหวาดเสียวได้พอสมควร แต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้วยิงไม่ได้ มันก็กลายเป็น บียู ที่เริ่มจะตื้อตันเสียเอง กลับกัน นครราชสีมา ก็เริ่มจะยืนป้องกันได้อย่างมีวินัย กระทั่งนาทีที่ 40 แข้งเทพกำลังเคาะบอลอยู่บริเวณแดน 1 จากนั้นเมื่อเห็น ม๊าดมู๊ด วิ่งแซงหน้า ชาร์ลี คลัฟ จึงจัดการเปิดบอลยาวให้โหม่ง สวน พิศาล ขึ้นนำ 1-0   

ครึ่งหลัง โคราช พยายามเดินเกมบุกสู้ด้วยการโจมตีจากด้านข้างด้วยการวางบอลมาหน้าประตู แต่ในทางกลับกันก็โดนสวนกลับจนเกือบถูกทิ้งห่าง กระนั้นเมื่อเวลผ่านไป สวาทแคทเริ่มจะอ่อนกำลังเกมบุกไปเอง ส่วนทางฝั่ง บียู มีโอกาสสวนกลับอยู่เรื่อยๆ แล้วดันยิงฝังไม่ได้สักที ซึ่งต้องรอจนถึงนาทีที่ 86 ถึงจะยิงทิ้งห่าง 2-0 ได้จากจังหวะต่อเนื่องลูกเตะมุม แล้ว เฮแบร์ตี้ เปิดบอลเข้าไปหน้าจนทะลุไปถึง สุพรรณ ที่รออยู่เสาไกลและจิ้มระยะเผาขนเข้าไป จากนั้นนาทีที่ 90+4 วสันต์ ไปอัดขา วานเดอร์ หลุยส์ จนเสียจุดโทษและเป็นประตูปิดกล่อง 3-0 ของแข้งเทพ   

      บทสรุปจากเกม ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เริ่มเกมด้วยการบุกกดดันใส่ แต่พอบุกไปได้สัก 20 นาที แล้วยิงขึ้นนำไม่ได้ รูปเกมก็ดูตื้อตันไป กระทั่งประตูนำ 1-0 ถือเป็นจุดเปลี่ยน เพราะมันได้คลายความกดดันที่มีมาตลอดทั้งครึ่ง ทำให้ครึ่งหลังเล่นสบาย แต่กระนั้นก็ต้องตำหนิเกมรุกที่ใช้โอกาสเปลื้องจนปิดเกมได้ช้าอย่างที่ไม่ควรจะเป็น

ขณะที่ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ช่วงต้นเกมจวนอยู่เจียนไป แต่พอรอดพ้นการเสียประตูเกมรับก็เริ่มจะแน่นขึ้น อย่างไรเสียความผิดพลาดของกองหลังและผู้รักษาประตู มันได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนจนทำใหครึ่งหลังต้องเปลี่ยนแผน ซึ่งการเปิดเกมรุกสำหรับโคราช นับเป็นอะไรที่พวกเขาไม่ถนัด สุดท้ายเกมรุกอ่อนกำลังลงไปเองและถูกยิงฝัง

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

“แพ้ตั้งแต่นัดแรก”

บีจี ปทุม ประเดิมซีซั่น พ่าย ชลบุรี 1-0

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดตกค้างกลางสัปดาห์ ณ สนามชลบุรี UTA สเตเดี้ยม ชลบุรี เอฟซี ที่ผลงานการสตาร์ทอาจจะมีติดขัด จะต้องพบกับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่พึ่งกลับมาจากการทำศึก ACL ทำให้ต้องมาเล่นเกมตกค้างนัดแรกของฤดูกาลในในวันนี้ สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านใช้ระบบ 4-2-3-1 ส่วนทีมเยือนวาง 4-4-2 มาต่อกร

      ช่วงต้นเกม บีจี ปทุม พยายามตั้งบอลจากแดนหลัง แล้วต่อเข้าไปในแดนคู่แข่ง แต่เมื่อถูกเพรสซิ่งตั้งแต่ในแดนตัวเอง พวกเขาก็เสียบอลจนโดนจู่โจม หรือเมื่อพาไปถึงแดน 1-2 ก็จะถูกดักบอลและสวนกลับหลายครั้ง กระทั่งแนวรับพยายามจะหยุดด้วยการฟาวล์ แต่สุดท้าย ชลบุรี ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากการโต้กลับแล้ว ดานีโล่ พลิกบอลและยิงเข้าทางเสาแรก จากนั้น บีจี ปทุม รูปเกมยังไม่ดีขึ้น ไล่ตั้งแต่การเคาะบอลแล้วโยนให้ อิคซาน โหม่งในกรอบเขตโทษเพียงหน้าเดียว ขณะเดียวกันยังเสียบอลกลางทางจนเกือบโดนยิงลูกที่ 2 หลายหน

ครึ่งหลัง บีจี ปทุม พยายามจะเดินเพื่อทวงประตู แต่รูปเกมก็ยังไม่ดีขึ้น มิหนำซ้ำยังจ่ายเสียจนโดนโต้หลายต่อหลายครั้ง แต่ยังดีที่ กิตติภูมิ ช่วยเซฟไว้ได้หลายหน มิเช่นนั้นอาจโดนยิงไปแล้ว 2-3 กระทั่งกระต่ายแก้วต้องเริ่มใช้บอลโยน หรือจ่ายยัดให้ อิคซาน แต่ก็หาโอกาสได้น้อยมาก ส่วนทางฝั่ง ชลบุรี ตั้งรับและโต้กลับแบบได้ลุ้น แต่ก็ต้องตำหนิบ้างที่มีโอกาสทองแล้วยิงทิ้งห่างเพื่อปิดเกมไม่ได้

      บทสรุปจากเกม ชลบุรี เอฟซี วางแท็กติกมาได้เหมาะสมและนักเตะก็เล่นได้ตามแผน โดยเฉพาะการเพรสซิ่งและดักบอลในแดนคู่แข่งและในแดน 1-2 ของตัวเอง จากนั้นเมื่อได้บอลก็โต้กลับ จนได้ประตูประตูตามแผน แต่ที่ต้องตำหนิ คือ การจบสกอร์ที่ควรเฉียบคมกว่านี้ ขณะที่เกมรับก็ยืนได้ดีและไม่มีความผิดพลาดแบบชัดเจนให้เห็น

ส่วนทางฝั่ง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด หากจะกล่าวว่าเป็นความเหนื่อยล้า มันอาจจะไม่สมเหตุผล เพราะจากภาพที่เห็นในวันนี้ พวกเขาจ่ายบอลเสียมากเกินไป แล้วมันทำให้พวกเขาต้องถอยมาตั้งรับอยู่ตลอด ขณะที่เกมรุก แทบจะไม่มิติอะไรเลย นอกเสียจากโยนหรือจ่ายยัดใหแนวรุก กระนั้นการเล่นเร็วแบบจังหวะเดียว ดูจะเป็นหนทางที่ทำให้พวกเขาเจาะเจ้าบ้านได้ แต่ดันทำได้แบบนานๆครั้ง สุดท้ายจึงยิงประตูไม่ได้และต้องพ่ายแพ้ไป   

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

มรสุมนอกฤดู ฉลามชล

ในวันที่ฉลามชลต้องฝ่ามรสุมนอกฤดู

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาของฟุตบอลไทย คงไม่มีข่าวไหนจะดังไปกว่ากรณีที่ วรวุฒิ สุขุนา เมาแล้วขับรถยนต์ส่วนตัวไปพุ่งชนผู้ที่มาออกกำลังกาย กระทั่งมีผู้เสียชีวิต 1 ศพ และได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะมีแถลงการณ์ 2 ฉบับ การประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมของ นาย ศศิศ สิงห์โตทอง การออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อผู้สูญเสีย และการประกาศยกเลิกสัญญากับ วรวุฒิ สุขุนา ซึ่งจากที่กล่าวมานี้ คงเป็นเพียงแค่มรสุมช่วงเริ่มต้นเท่านั้น เพราะนับจากนี้คงมีมรสุมอีกหลายลูกที่ ชลบุรี จะต้องเจอและฝ่ามันไปให้ได้

เสียเด็กปั้นไปมือดีไปหนึ่งราย

การประกาศยกเลิกสัญญากับ วรวุฒิ สุขุนา ถูกมองว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสม หากดูจากกรณีที่เคยเกิดขึ้นกับนักกีฬาระดับโลก แต่ในอีกแง่หนึ่งก็นับเป็นเรื่องที่น่าเสียดายสำหรับ ชลบุรี เอฟซี ที่เป็นผู้นำเจ้าแบงค์มาปลุกปั้น กระทั่งมีฝีมือจนติดทีมชาติชุดเยาวชน อีกทั้งยังได้ถูกส่งไปเก็บเลเวลกับสโมสรต่างๆ แล้วในฤดูกาล 2022/23 นี้ เจ้าตัวได้ถูกวางเป็นมือ 2 แต่ดันโชคดีมือ 1 บาดเจ็บ ทำให้ได้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริงมาตลอด 6 นัด พร้อมกับโชว์ฟอร์มได้ดีจนถูกมองว่าจะเป็นทายาทรุ่นต่อไปของฉลามชล แต่สุดท้ายดันมาเกิดเรื่องเสียก่อน และนับจากนี้อนาคตคงดับวูบหากคดีถูกตัดสินว่ามีความผิด  

แค่หางบทำทีมก็เหนื่อยแล้ว

ชลบุรี ไม่ใช่ทีมที่มีเงินมากมายก่ายกองเหมือนเมื่อแต่ก่อน เพราะได้เปลี่ยนโครงสร้างทีมด้วยการพึ่งพาตัวเยาวชนและขายออกเพื่อทำกำไร แต่ในบางเวลาเมื่อหมุนเงินไม่พอ ผู้บริการก็ต้องควักเนื้อจนถึงขั้นนำที่ดินไปเร่ขาย กระทั่งการเกิดกรณีของ วรวุฒิ ทำให้สิ่งที่ตามมาเป็นอย่างแรก คือ การใช้จ่ายเงินต้องแบ่งไปเยียวยาให้ผู้สูญเสีย ขณะเดียวกันระบบอะคาเดมี่ของชลบุรี ก็จะถูกตั้งคำถามถึงเรื่องระเบียบวินัยของนักเตะ ว่าจะสามารถควบคุมดูแล พัฒนา หรือคุ้มค่าที่จะทุ่มเงินมาซื้อตัวหรือไม่สำหรับสโมสรที่จะมาซื้อ  

ผลงานกำลังดี โมเมนตัมอาจเสียไป

     ผลงานของ ชลบุรี ในฤดูกาลนี้ เคยก้าวขึ้นไปยืนในตำแหน่งจ่าฝูง แต่ถึงแม้จะยืนระยะบนอันดับ 1 ไม่ได้ อย่างน้อยๆก็ยังเกาะกลุ่มหัวตาราง แต่การอุบัติขึ้นของเหตุการณ์ที่กล่าวมานี้ แน่นอนว่ามันย่อมส่งผลต่อสภาพจิตใจของนักเตะ ดังจะเห็นได้จากเกมที่ลงเตะไป 2 นัด ซึ่งโดนทีมที่อ่อนกว่ายิ่งนาทีบาป แถมเกมล่าสุดต้องตกรอบ ช้างเอฟเอ คัพ อย่างรวดเร็ว ฉะนั้นตรงจุดนี้ก็ต้องเยียวยาจิตใจและพูดคุยกันให้มากขึ้น

      บทเรียนจากเหตุการณ์นี้ แน่นอนว่าผู้ก่อเหตุนั้นได้รับไปเต็มๆ กระนั้นมันได้ส่งสัญญาณเตือนให้นักฟุตบอลทุกนได้พึงระลึกว่าหน้าที่ที่สำคัญที่สุดคืออะไร เพราะเมื่อมันผิดพลาดไปแล้วคนรอบข้างก็ได้รับผลกระทบ รวมไปถึงต้นสังกัดที่ต้องมาติดร่างแหด้วย

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover