Categories
Sport

“โขทัยยับเยิน”

ประจวบโค้ชโจ สุดห้าว อัด สุโขทัย ถึงถิ่น 0-3 ประเดิมซีซั่นใหม่

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดเปิดฤดูกาล 2022/23 ณ สนามทุ่งทะเลหลวง สุโขทัย เอฟซี ที่จบรองแชมป์ไทยลีก 2 ทำให้เลื่อนชั้นกลับมาสู่ลีกสูงภายในปีเดียว จะต้องพบกับ พีที ประจวบ ที่รอดตายจากเมื่อฤดูกาลที่แล้วแบบฉิวเฉียด สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านใช้ 3-2-4-1 ส่วนทีมเยือนวาง 3-4-3

      เกมการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น สุโขทัย บิวอัพบอลจากหลังขึ้นมาได้ดี แต่เมื่อมาถึงแดน 3 ของคู่แข่ง พวกเขาจบสกอร์ได้ไม่ดี กระทั่งต้องใช้การโยนหรือส่องไกล แต่ก็ไม่มีความแม่นยำ นอกจากนี้ระหว่างที่พวกเขาบุกเพลินๆ เกมรับก็มีช่องโห่วเมื่อทีมเยือนสวนกลับ ทำให้ในนาทีที่ 31 พีที ประจวบ ที่มาเน้นตั้งรับให้แน่นหนาและโต้กลับ มาได้ประตูนำ 0-1 จาก โรซ่า ซึ่งในจังหวะนี้แนวรับเจ้าบ้านผิดพลาดที่ปล่อยให้ตัวไกลอย่าง โรซ่า เข้าถึงบอลแบบไม่มีการเข้าไปขัดขวาง   

ครึ่งหลัง ประจวบ ยังเน้นเกมรับให้เหนียวแน่นแบบเดิม แต่พอเจอบอลวางข้ามไลน์กองหลัง ก็เริ่มจะดักล้ำหน้าพลาดและเปิดโอกาสให้เจ้าบ้านได้ลุ้นประตู แต่เป็นสุโขทัย เสียเองที่ยิงไม่คม ซึ่งพอมีโอกาสแล้วทำไม่ได้ พวกเขาดันมาเสียจุดโทษจากความผิดพลาดส่วนบุคคลของ เรียวเฮ ที่พยายามจะสกัดบอลแต่โดนขาคู่แข่งเต็ม ทำให้กลายเป็นจุดโทษและ โรซ่า ลุกขึ้นมาสังหารให้ทิ้งห่างออกไปเป็น 0-2 จากนั้นค้างคาวไฟพยายามจะเดินเกมรุก แต่ท้ายเกมมาเสียบอลกลางทาง แล้วถูกลากไปยิงปิดกล่องเป็น 0-3   

      ภาพรวมของทั้ง 2 ทีม สุโขทัย เอฟซี เริ่มเกมได้ดี แต่มีปัญหาติดขัดตรงเข้าพื้นที่แดน 3-4 ได้ กระนั้นเกมรับเล่นไม่ละเอียดพอ ทำให้การเสียประตูก่อนกลายเป็นจุดเปลี่ยน อย่างไรเสียพอลงมาเล่นครึ่งหลัง พวกเขาปรับรูปแบบการเข้าทำและรูปเกมดูดีขึ้น แต่ก็มิวายมาเสียประตูเพิ่ม ทำให้เกมแทบจะจบลงทันที ฉะนั้นโดยสรุปแล้วพวกเขามีช่วงเวลาที่เล่นดี แต่ต้องลดความผิดพลาดให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด ขณะที่ พีที ประจวบ แผนแรกคือแพ็คเกมรับให้เหนียวแน่นและรอโต้กลับ ซึ่งพวกเขาทำได้อย่างแรก คือ ไม่เสียประตู จากนั้นเมื่อมีโอกาสพวกเขาคว้าไว้ได้ ทำให้นับตั้งแต่ได้ประตูนำ ต่อพิฆาตเล่นสบาย อย่างไรก็ดีเกมรับต้องระวังลูกวางข้ามหลังไลน์ เพราะช่วงต้นครึ่งมีอาการรวนเล็กน้อยให้เห็นเหมือนกัน

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover   

Categories
Sport

“โดนเร็ว แต่รอดตัว”

บุรีรัมย์ โดนไว แต่ฮึดแซง โคราช หึดจับ 1-2

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก ฤดูกาล 2022/23 นัดเปิดฤดูกาล ณ สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ที่รอดตกชั้นมาแบบหวุดหวิดเมื่อซีซั่นก่อน จะต้องทำดาร์บี้แมตช์อีสานใต้กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เป็นแชมป์เมื่อปีล่าสุด สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านและทีมเยือนต่างมาในระบบ 4-2-3-1 เหมือนกัน

เกมเริ่มไปได้ไม่กี่นาที นครราชสีมา ขึ้นนำ 1-0 จากการเปิดบอลที่เหมือนจะเสียแล้ว แต่ ชูลาก้า ดันโหม่งไม่ดี และ นฤบดินทร์ เตะสกัดไม่ดีต่อ ทำให้บอลลอยโด่งและไปเข้าทาง มอร์แกน ได้ซัดแบบเต็มข้อหน้าประตู จากนั้น บุรีรัมย์ ไม่เสียอาการ พร้อมกับเดินหน้าบุกและตั้งเกม แล้วใช้เวลาไม่นานก็ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากการจ่ายเข้าแดน 3 ที่เหมือนจะจับบอลลั่นแล้ว แต่ ศุภชัย ที่วิ่งเข้าหาบอลและแตะหลบ ชาร์ลี ก่อนจะตะบัดยิงเข้าแรก ส่วนในช่วงเวลาที่เหลือราว 20 กว่านาที บุรีรัมย์ ยังคงเดินเกมบุก แต่มันยังมากจังหวะจนเข้าแดนสุดท้ายยาก กลับกันพอใช้วิธีจ่ายยัดให้ โบรินกิ จะมีความอันตรายมากกว่า

ครึ่งหลังเริ่มไปได้ 3 นาที ธีราทร จ่ายขนานริมเส้นจนตัวประกบไปได้หลายคน ศุภณัฏฐ์ จึงสามารถลากบอลไปเปิดให้ ศุภชัย ยิงแบบไขว้ลอดขาเป็น 2-1 จากนั้น บุรีรัมย์ น่าได้ประตูที่ 3 จากฟรีคลิก ซึ่งในจังหวะนั้นแนวรับเจ้าบ้านปล่อยว่างแล้ว จนเมื่อเวลาผ่านไป ปราสาทสายฟ้าได้ถอยไปรับมากขึ้น กระทั่งกลายเป็น โคราช ที่ต้องเปิดเกมบุกเพื่อทวงประตูคืน แต่ไม่สามารถเจาะถึงพื้นที่อันตรายได้เลย

บทสรุปจากเกม นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี โชคดีที่คว้าโอกาสจากความผิดพลาดของคู่แข่ง แล้วเปลี่ยนเป็นประตูได้สำเร็จ แต่เมื่อต้องลงไปตั้งรับ ดันไม่เหนียวแน่นและเสียประตูคืนอย่างรวดเร็ว ทำให้เวลาที่เหลือในครึ่งแรก ต้องเน้นการประคองเอาเสมอไวก่อน จากนั้นเมื่อเข้าสู่ครึ่งหลัง เป้าหมายหลัก คือ ยันสกอร์นี้เอาไว้ แต่พอลงไปเล่นแค่ 3 นาที แผนที่เตรียมมาดันแตกแล้วเข้าทางคู่แข่ง สุดท้ายกลายเป็นโคราชที่ไม่สามารถทำอะไรได้ มิหนำยังมีโอกาสจะโดนเพิ่มเสียอีก

ส่วนทางฝั่ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เกมรับผิดพลาดครั้งใหญ่แล้วเสียประตู แต่ยังดีที่เกมรุกไม่เสียทรงและได้ประตูคืนเร็ว ทำให้นับจากนั้นสามารถรันเกมบุกตามสไตล์ได้ กระนั้นการเข้าพื้นที่แดน 3-4 ยังดูติดๆและไม่ลงตัว ซึ่งต้องนำไปปรับปรุง นอกจากนี้ยังดีที่การจ่ายบอลแบบเฉียบแหลมของ ธีราทร เป็นจุดเริ่มต้นให้ทีมได้ประตูชัยและคว้า 3 แต้มออกมาแบบหืดจับ

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

รีวิวก่อนเกมรีโว่ไทยลีก

แมตช์การแข่งขัน นัดที่ 6 (วันอาทิตย์) 

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 6 ในโปรแกรมวันอาทิตย์ ลงฟาดแข้งกันทั้งหมด 4 คู่ ซึ่งมีให้ชมตั้งแต่การขับเคี่ยวของทีมหนีตาย การฟาดฟันของทีมเล็กกับใหญ่ และการเชือดเฉือนของทีมที่ผลงานดีทั้งคู่ แต่กระนั้นใครจะมีสิทธิ์คว้าชัยไปได้ นับจากนี้จะมาวิเคราะห์กัน  

พีที ประจวบ เอฟซี พบกับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด (17.30 น., วันอาทิตย์)

ผลงานของ พีที ประจวบ ดูเหมือนแกว่งๆที่ชนะสลับแพ้ แต่ถ้าดูจากศักยภาพของทีมถือว่าไม่ได้แย่ในศึกรีโว่ไทยลีก ส่วนทางฝั่ง บีจี ปทุม การต้องลงเล่นถี่ๆ 3 นัดต่อสัปดาห์ เริ่มมีผลกระทบให้นักเตะล้า ดังจะเห็นได้จากนัดก่อนที่ต้องเหงื่อตก กว่าจะเอาชนะลำพูนได้ ทำให้การบุกมาเยือนในครั้งนี้ กระต่ายแก้ว น่าจะเหนื่อยต่อเนื่องและไม่การันตีว่าจะได้ 3 หรือแค่ 1 แต้มออกมา   

ลำปาง เอฟซี พบกับ สุโขทัย เอฟซี (18.00 น., วันอาทิตย์)

การเปิดหัว 2 นัด 4 แต้มของลำปาง ดูเหมือนจะเป็นภาพลวงตาเสียแล้ว เพราะจากเกม 3 นัดหลัง พุ่งชนความพ่ายแพ้แบบเสียประตูเป็นเข่ง ส่วนทางฝั่งสุโขทัย ชะตากรรมดูหนักว่าเล็กน้อยตรงที่ยังไม่ชนะใครและทำได้แค่เสมอ 2 นัด มี 2 คะแนน ฉะนั้นเกมคู่นี้จึงมีความหมายต่อทั้งคู่ เพราะถ้าใครเก็บชัยได้ สถานการณ์จะปลอดโปร่งและโล่งสบายกว่าที่เป็น ซึ่งจากการวัดฟอร์มแบบปอนด์ต่อปอนด์ ค้างคาวไฟดูดีกว่านิดๆและน่าจะไม่แพ้ในเกมนี้

ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด พบกับ ราชบุรี เอฟซี (18.30 น., วันอาทิตย์)

ผลงานการออกสตาร์ทดีตามสไตล์ แต่ ทรู แบงค็อก ดันสะดุดต่อสุโขทัย แบบสุดเสียดาย ทำให้การนำจ่าฝูง แต้มไม่ทิ้งห่างจากผู้ตาม ส่วนทางฝั่งราชบุรี รั้งตำแหน่งรองจ่าฝูง และมีผลงานคล้ายๆกัน คือ ทำแต้มหล่นด้วยการเสมอกับทีมเล็กเมื่อนัดที่แล้ว ทำให้เกมนัดนี้จะเป็นการชิงตำแหน่งฝูง ซึ่งหากต้องเลือกข้าง แข้งเทพน่าจะไม่แพ้ในถิ่นของตัวเอง

หนองบัว พิชญ เอฟซี พบกับ การท่าเรือ เอฟซี (19.00 น., วันอาทิตย์)

หนองบัว กำลังเผชิญกับวิกฤตแบบสุดๆ เพราะการออกสตาร์ท 5 นัด แต้มเป็นศูนย์ ซึ่งเหตุผลก็คงทราบกันดีว่าเป็นเพราะการขาดตัวโหม่งอย่างแฮรมิลตัน ส่วนทางฝั่งการท่าเรือ การเล่นในถิ่นสามารถยิงได้เยอะ แต่มันมีจุดตำหนิ คือ เกมรับที่เสียประตูง่าย กระนั้นหากเทียบกัน สิงห์เจ้าท่าน่าจะบุกไปคว้า 3 แต้มแบบชิวๆใน ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก  

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

รีวิวก่อนเกมรีโว่ไทยลีก

รีวิวก่อนเกมรีโว่ไทยลีก นัดที่ 6 (วันศุกร์-เสาร์)

แมตช์การแข่งขันศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 6 ลงสนามกันอย่างพร้อมหน้าเช่นเคย โดยในวันศุกร์ 1 คู่ นับเป็นงานที่กดดันของเจ้าบ้านที่ต้องการแต้ม ส่วนในเกมวันเสาร์จัดเต็ม 3 คู่ พร้อมกับบิ๊กแมตช์ ซึ่งผลที่คาดจะเป็นอย่างไร นับจากนี้จะมารีวิวใหได้ทราบกัน

ขอนแก่น ยูไนเต็ด พบกับ ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด (วันศุกร์, 19.00 น.)

    จากภาวะฟอร์มตกของ เมโล่ ถือว่าสร้างความสะเทือนต่อจำนวนประตูและผลการแข่งขันของ ขอนแก่น ทำให้ในฤดูกาลนี้ การออกสตาร์ทค่อนข้างย่ำแย่และสุมเสี่ยงจะต้องหนีตาย ส่วนทางฝั่งผู้มาเยือนอย่าง ลีโอชียงราย ที่เน้นยิงน้อยแต่ชนะ กระนั้นเมื่อนัดที่แล้ว พวกเขาจัดการกะซวกน้องใหม่แบบไม่ไว้หน้าถึง 5-1 ซึ่งนี่ถือเป็นสกอร์มโหฬารที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยๆ ทำให้เกมนี้วิเคราะห์ไม่ยากว่ากว่างโซ้งมหาภัย จะบุกมาคว้า 3 ออกไปได้  

นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี พบกับ ลำพูน วอริเออร์ (วันเสาร์, 18.00 น.)

    ผลงานการเล่นในบ้านของนครราชสีมา ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เพราะล้วนแต่เจอทีมใหญ่หรือขนาดเท่ากัน แล้วมักจะแพ้ยาก ต่างจากลำพูน ที่สถานการณ์เริ่มเข้าขั้นวิกฤต เพราะออกสตาร์ทมาแล้ว 5 ยังไม่ชนะใครและมีเพียงแต้มเดียวเท่านั้น ทำให้เกมนี้มองว่าสวาทแคทจะเฉือนชนะได้

โปลิศ เทโร เอฟซี พบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (วันเสาร์, 18.30 น.)

    สภาพทีมของเทโร ที่มีผู้เล่นแบบตามมีตามเกิด จึงไม่แปลกนักที่ผลงานจะเป็นในลักษณะนี้ คือ ลุ่มๆดอนๆและอยู่ในแถบกลางค่อนล่างของตาราง ส่วนทางฝั่งผู้มาเยือนอย่างบุรีรัมย์ เกม 2 นัดในบ้าน แล้วได้เพียง 2 แต้ม ถือเป็นความเสียหายพอสมควร ฉะนั้นเกมนี้พวกเขามุ่งมั่นเต็มที่ แล้วถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ปราสาทสายฟ้าน่าจะบุกมาคว้า 3 แต้มได้

เมืองทอง ยูไนเต็ด พบกับ ชลบุรี เอฟซี  (วันเสาร์, 19.00 น.)

    แมตช์การแข่งขันเกมคู่ส่งท้ายของวันเสาร์ อาจจะเรียกศึกเอลกลาซิโก้ได้ไม่เต็มปาก เพราะในปัจจุบันทั้ง 2 ทีมต่างไม่ใช่มหาอำนาจของลีกไทย แต่เป็นทีมที่ให้โอกาสเด็กในสายเลือดได้ขึ้นมาแจ้งเกิด โดยทางฝั่งเมืองทอง ฟอร์มการเล่นยังแกว่งๆ กระนั้นเมื่อนัดที่แล้ว พวกเขาสามารถบุกไปคว้า 1 แต้มใหญ่มาจากบุรีรัมย์ได้ ขณะที่ชลบุรี หากไม่นับเกมที่แพ้บุรีรัมย์ พวกเขาจัดเป็นทีมที่มีฟอร์มดีมาก ฉะนั้นการบุกมาเยือนถิ่นธันเดอร์โดม ฉลามชลไม่น่าแพ้ เหลือแค่จะ 1 หรือ 3 แต้มเท่านั้น

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

“มังกรตัวใหม่ ไฉไลกว่าเดิม” 

แดร์แลซัดประตูโทนพา ราชบุรี เฉือน เมืองทอง 1-0

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก ฤดูกาล 2022/23 นัดเปิดฤดูกาล ณ สนามมิตรผล สเตดี้ยม ราชบุรี เอฟซี ที่หนีตายมาได้แบบฉิวเฉียด จะต้องพบกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่อุตส่าห์จบอันดับ4 แต่ดันไม่ได้โควตา ACL เสียอย่างนั้น สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านใช้ 4-3-3 ส่วนเจ้าบ้านเป็นระบบเดิมอย่าง 4-1-4-1

การแข่งขันเริ่มต้นขึ้น ราชบุรี ออกสตาร์ทได้ดีกว่า โดยเกมกลางสนามจะใช้กลางรับ 2 ตัว ปิดทางบอลของคู่แข่ง แล้วในขณะเดียวกันก็รับแน่นและเพรสซิ่งตั้งแดน 2 จนเมื่อไรที่ตัดบอลกลับมาได้ ก็จะเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้รวดเร็ว ซึ่งในเกมรุกได้อาศัยปีกทั้ง 2 ข้างโจมตี แต่มุมยิงนั้นแคบและมีตัวรับคอยขัดขวาง ทำให้การจบสกอร์ไม่อันตรายมาก ขณะที่ทางฝั่งเมืองทอง รูปเกมเป็นรองจนไม่สามารถขึ้นบอลผ่านกลางสนามไปได้ นั่นจึงทำให้กองหน้าไม่ได้บอล กระทั่งการใช้ความสามารถเฉพาะตัวของกองกลาง ต้องถูกงัดออกมาใช้พร้อมกับการขึ้นแบบสลับข้างซ้าย-ขวาของปีกกับแบ็ค เพื่อไม่ใหเสี่ยงจนเกินหากเสียบอลกลางทาง  

ครึ่งหลัง เมืองทอง พยายามแก้ลำบอลบุกจากด้านข้างของเจ้าบ้าน ด้วยยืนซ้อน 2 คน ซึ่งมันก็ได้ผลเพราะไม่โดนเจาะแบบง่ายๆเหมือนครึ่งแรก แต่กระนั้นการแฮนด์บอลในเขตโทษ ก็ได้ส่งให้ ราชบุรี ขึ้นนำ 1-0 กระทั่งกิเลนผยองต้องบุกเพื่อทวงคืนประตู แต่ก็ยังติดปัญหาเมื่อถึงกลางสนาม อย่างไรเสียด้วยจังหวะของฟุตบอล ลูกทีมของมาริโอ้ ก็มีโอกาสเหน่งๆ 1-2 แล้วทำไม่ได้เอง ส่วนทางฝั่งราชบุรี พอโดนจับทางได้ เกมรุกก็เริ่มไม่มีจังหวะได้พาบอลเข้าแดนสุดท้าย กระทั่งส่อแววจะเจ๊า กระทั่งท้ายเกมมาได้จุดโทษจากแฮนด์บอล ทำให้เอาตัวรอดจากความอึดอัดมาได้  

บทสรุปจากเกม ราชบุรี เอฟซี สามารถคุมเกมกลางสนามได้หมด ทำให้รูปเกมดีกว่าและสามารถต่อยอดไปสู่เกมรุกได้ กระนั้นเกมรุกของราชันมังกร ยังต้องไปปรับจูนเรื่องการเข้าทำในพื้นที่สุดท้าย รวมถึงการรักษาฟอร์มให้สม่ำเสมอตลอด 90 นาที เพราะในครึ่งหลัง ความอันตรายในเกมรุกมันหดหายจนแทบหมดสิ้น

ส่วนทางฝั่งเมืองทอง ยูไนเต็ด พยายามจะเล่นเกมของตัวเอง แต่พอวันนี้เจอการวางหมากที่ดักบอลได้ดี มันก็เป็นผลให้กองกลางทำงานหนักและออกอาการรวน จนกองหน้าแทบจะไม่ค่อยได้บอล ขณะที่เกมรับก็มีปรับแก้ไปตามสถานการณ์ แต่สุดท้ายดันมีความผิดพลาดส่วนบุคคล ทำให้เสียจุดโทษ เสียประตู และต้องพ่ายแพ้

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

รีวิวโปรแกรมรีโว่ไทยลีก

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีกฤดูกาล 2022/23 นัดที่ 5

ฟุตบอลรีโว่ไทยลีก ฤดูกาล 2022/23 นัดที่ 5 ในโปรแกรมวันศุกร์ ประเดิมสนาม 1 คู่ ซึ่งไม่น่าจะมีอะไรพลิกโผ ส่วนอีก 3 คู่ในวันเสาร์ อาจจะไม่มีบิ๊กแมตช์ แต่ในแง่ของความกดดันจะเป็นตัวแปรให้เกมการแข่งขันมีความเข้มข้น ฉะนั้นอย่ารอช้าและลงไปไล่ดูรีวิวด้านล่างนี้

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบกับ ลำพูน วอริเออร์ (วันศุกร์, 19.00 น.)

      การออกสตาร์ทของ บีจี ปทุม อาจดูไม่สวยงาม แต่ในนัดที่แล้วถือว่าน่าเสียดายที่อุตส่าห์นำ 0-2 แต่ดันโดนบุรีรัมย์ ตีเสมอ 2-2 แถมมีใบเหลืองว่อนถึง 10 ใบ ส่วนทางฝั่ง ลำพูน การขึ้นมาสู่ลีกสูงสุด คงได้ลิ้มลองแล้วว่าไม่ใช่งานง่าย ซึ่งในนัดนี้ก็เช่นกันที่น่าจะไม่รอดพ้นความพ่ายแพ้ต่อเจ้าบ้าน เพราะเมื่อมองเหลี่ยมไหนราชันโคขาวก็เป็นรองทั้งหมด  

ชลบุรี เอฟซี พบกับ พีที ประจวบ เอฟซี (วันเสาร์, 18.00 น.)

      การออกสตาร์ทของ ชลบุรี ทีแรกดูเหมือนจะน่ากังวล แต่เมื่อผ่านไปแล้ว 4 นัด พวกเขาทำผลงานได้ดีทีเดียว ต่างกับ พีที ประจวบ เล็กน้อยที่การแพ้ 2 นัดติด ทำให้โค้ชโจดูเป็นกังวล แต่เมื่อนัดล่าสุดจัดการโค่น เชียงราย ได้ สถานการณ์ที่ดูกดดันก็คลายลง กระนั้นด้วยการบุกไปเยือนฉลามชล ลูกทีมของโค้ชเตี้ยน่าจะไม่แพ้ในถิ่นของตัวเอง

นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี พบกับ หนองบัว พิชญ เอฟซี (วันเสาร์, 18.30 น.)

      โคราช เมื่อจะเป็นทีมที่มีการเล่นที่ดีเมื่อผ่าน 3 เกมแรก แต่พอเกมล่าสุดที่บุกไปพ่าย บียู 3-0 มันก็ต้องกลับมาตั้งคำถามว่าสิ่งที่เห็นมาเป็นภาพลวงตาหรือเปล่า ขณะที่หนองบัว สถานการณ์ย่ำแย่กว่า โดยเฉพาะศึกฟุตบอลรีโว่เกมรุกที่จนถึงตอนนี้ก็ยังยิงใครไม่ได้เลยสักประตู ทำให้สถานการณ์ล่อแหลมที่จะต้องหนีตายแบบสุดๆ ฉะนั้นการเล่นในรังของสวาทแคท พวกเขาน่าได้ 3 แต้มแบบไม่ยากเย็น

การท่าเรือ เอฟซี พบกับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด (วันเสาร์, 19.00 น.)

      หากเกมล่าสุดไม่ถูกระงับและสกอร์คงค้างตามที่เห็นล่าสุด เชื่อว่าสถานการณ์ของการท่าเรือ จะกดดันว่านี้เป็นเท่าตัว เพราะด้วยการลงทุนที่สูงลิบ แต่ผลงานยังลุ่มดอนๆและไม่เห็นลู่ทางที่ดีขึ้นเท่าไร ส่วนทาฝั่งขอนแก่น การเจอทีมใหญ่พวกเขาเก็บแต้มไม่ได้ กลับกันเมื่อเจอทีมขนาดเท่ากันหรือด้อยกว่า พวกเขาสามารถสอยได้ ฉะนั้นการบุกมาเยือนที่แพท สเตเดี้ยม สิงห์เจ้าท่าน่าจะเบียดชนะได้แบบไม่ยากเย็น

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

“แข้งเทพกินนิ่ม”

บียู ประเดิมซีซั่น เคี้ยว ขอนแก่น นิ่มๆ 2-0

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 1 คู่ประเดิมสนามในวันศุกร์ ณ สนามธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่จบอันดับ 3 เมื่อฤดูกาลก่อน จะต้องพบกับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ที่จบอันดับ 10 แบบเซอร์ไพรส์ในฐานะน้องใหม่ สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านใช้ 4-2-3-1 ขณะที่ทีมเยือนวางระบบ 3-4-3

ช่วงต้นเกมทั้ง 2 ทีม ต่างพยายามเข้าถึงบอลเร็ว จนเวลาผ่านไป ทรู แบงค็อก เริ่มตั้งเกมได้ด้วยการเซตจากหลังบ้าน แล้วค่อยๆถ่ายขึ้นมาถึงกลางสนามและจะอาศัยจังหวะแทงบอลแนวลึกจนมีจังหวะจบสกอร์หลายหน  ขณะที่เดียวกันการเปิดจากด้านข้าง บียูก็ได้โหม่งตลอด แต่ทั้งหมดยังไม่ได้ประตู กระทั่งนาทีที่ 42 แข้งเทพนำ 1-0 จากการแทงบอลลึกและไหลให้ ฐิติพันธ์ ยิงติดแนวรับคู่แข่งแล้วบอลย้อยเข้า ส่วนทางฝั่งขอนแก่น หวังมาตั้งรับลึกและรอสวนกลับ แต่จากภาพที่ปรากฏ นอกจากเกมรับจะหลุดรั่ว เกมรุกก็ถูกประกบติดจนไม่มีโอกาสได้ทะลุเข้าไปยิง

ครึ่งหลัง ทรู แบงค็อก เลือกตั้งรับตั้งแต่แดน 2 เป็นต้นไป เพราะรู้ว่ายังไง ขอนแก่น ต้องเปิดเกมบุก ซึ่งทุกอย่างก็เป็นไปตามแผน คือ ขอนแก่นเจาะไม่เข้า เพราะถูกแนวรับเจ้าบ้านยืนประกบจนอดใช้สปีดวิ่งฉีก จากนั้นเมื่อไรที่ บียู ได้บอลก็จะโต้กลับ แต่ดันติดขัดระหว่างทาง ขณะที่เดียวกันบอลแทงทะลุช่องที่เคยทำได้ดี ก็เริ่มจะแผงฤทธิ์ไม่ออก กระนั้นในนาทีที่ 81 ทีมเยือนเคลียร์บอลไม่ขาด แล้วมาเข้าทางเฮแบร์ตี้ ยิงเสียบสามเหลี่ยมเป็น 2-0

บทสรุปจากเกม บียู ออกสตาร์ทครึ่งแรกได้ดี ไล่ตั้งแต่เกมรับที่เลือกยืนประจันหน้าเพื่อไม่ให้ถูกวิ่งแซง เกมรุกต่อบอลขึ้นมาและใช้การแทงทะลุช่องกับโยนจากด้านข้าง กระนั้นในเรื่องของความเฉียบคมอาจมีติดขัด ส่วนในครึ่งหลังถอยไปตั้งรับ แต่ก็โต้กลับไม่ค่อยดี อย่างไรเสียยังดีที่ยิงปิดกล่องได้จากลูกเก็บตก ขณะที่ ขอนแก่น ยูไนเต็ด เกมรับยังไม่ลงตัว ดังจะเห็นได้จากการโดนเจาะอยู่ตลอด ซึ่งการโดนยิงช่วงท้ายครึ่งแรก ทำให้ครึ่งหลังต้องเดินเกมบุก แต่สุดท้ายด้วยประสิทธิภาพในเกมรุกก็ถูกจับตายแบบขยับไม่ได้ ดังจะเห็นได้จากแนวรุกทั้ง 3 ที่ไม่สามารถวิ่งสปีดตามถนัดเพื่อเข้าไปยิงได้ นอกเสียจากยิงจากบริเวณหัวกะโหลกพร้อมกับมีแนวรับยืนขวางเต็มพื้นที่

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

“ยีมาโจไป สวาทแคทรอดหวุดหวิด”  

สรุปผลงาน โคราช ในเลกที่ 2 ฤดูกาล 2021/22

การทำงานของโค้ชโจ ธีรศักดิ์ โพธิ์อ้นนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ดูเหมือนจะมั่นคงและไม่มีอะไรมาหักเก้าอี้ตัวนี้ได้ง่ายๆ แต่เมื่อบอร์ดบริหารเปลี่ยนมือมาเป็น วรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคมฟุตบอลผู้ฉาวโฉ่ สถานการณ์ในแคมป์สวาทแคทก็เปลี่ยนไป กระนั้นทางฝั่งผู้บริหารก็ไม่ได้คิดจะขับไล่โค้ชโจออกไปในทันที แต่อาศัยช่วงที่ผลงานแพ้ติดต่อกันอันเชิญให้ออกในยามวิกฤต สุดท้ายยังดีที่โคราชยังไว้ลายและอยู่รอดในลีกสูงสุด

      ผลงานในเลกแรกของ นครราชสีมา ไม่ย่ำแย่ แต่ก็มีการเสริมทัพเข้ามา โดยเฉพาะในโควต้าต่างชาติอย่าง ชาร์ลี คลัฟ ที่เข้ามายืนคู่กับ เฉลิมพงษ์ ในตำแหน่งกองหลัง และ ชินทาโร่ ที่เข้ามาช่วยเกมแดนกลางของทีม แล้วในทันทีที่เลก 2 เริ่มขึ้น การเสริมตัวต่างชาติดังกล่าว ก็ช่วยเสริมสร้างให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น กระทั่งผลงานของทีมดูจะไม่ปัญหากับการหนีตาย แต่อย่างไรเสีย เกมที่เปิดบ้านพบกับ พีที ประจวบ แล้วแพ้เพราะพิษกรรมการ 2-3 ก็ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนให้โคราช กลายเป็นอีกทีมที่พร้อมจะแพ้คู่แข่งทุกนัด

การไม่ชนะใคร 7 นัดติดต่อกัน ได้ทำให้บอร์ดบริหารเรียกโค้ชโจ เข้าไปพบ แล้วได้มีการประกาศลาออกในช่วงเย็น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาแบบนี้นับเป็นอะไรที่เสี่ยงอย่างยิ่ง แล้วมันก็ยิ่งเสี่ยงขึ้นไปอีกกับการเอากุนซือชาวอังกฤษที่ร้างการทำงานไปนานอย่าง เควิน แบ็คเวลล์ เข้ามาแทน อีกทั้งกุนซือวัยเฒ่าผู้นี้ก็ไม่เคยมีประสบการณ์กับฟุตบอลไทยมาก่อน ทำให้ไม่แปลกนักที่สวาทแคทจะต้องหนีตกชั้นแบบเต็มตัว กระทั่งเกมนัดสำคัญที่ชนะ ราชบุรี 1-0 กับบุกไปตบ ชลบุรี 1-2 ก็ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนให้พวกเรารอดตายแบบทันเวลา

      การจบอันดับที่ 11 ด้วยการมีคะแนนห่างจากโซนแดง 7 แต้ม อาจมองได้ว่าผลงานเป็นไปตามเป้าหมาย กระนั้นหากเจาะลึกลงไป นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ควรไปลุ้นอันดับกลางตารางเสียด้วยซ้ำ หากแต่พวกเขาไปเจอเกมสุดช็อตกับ ประจวบ แล้วจากนั้นเหมือนมรสุมรุมเร้าจนไม่ชนะใครถึง 7 เกม แถมบอร์ดบริหารก็เพิ่มความเสี่ยงด้วยการดึงโค้ชที่ไม่ได้ทำงานมานานและไม่เคยมีประสบการณ์กับฟุตบอลไทยมาคุมทีมเสียอย่างนั้น อย่างไรเสียมันยังดีที่พวกเขารวมพลังฮึดสุดท้าย แล้วสามารถคว้าชัยในเกมแห่งฤดูกาลจาก ราชบุรี และ ชลบุรี มาได้ ทำให้สุดท้ายยังได้อยู่ในลีกสูงสุดต่อ

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

“จงอางผยอง สายคอนเทนต์”  

ผลงาน ขอนแก่น ในเลกที่ 2 ฤดูกาล 2021/22

ขอนแก่น ยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จขั้นเล็กๆด้วยผลงานที่จบอันดับกลางค่อนท้ายของตาราง ซึ่งหากย้อนกลับไปในช่วงต้นฤดูกาล พวกเขาถูกมองว่าเป็นเต็งที่จะต้องหนีตกชั้นเสียด้วยซ้ำ แต่ด้วยการเสริมทัพที่เพียงพอ แถมได้ตัวต่างชาติชั้นดีอย่าง ฮิบสัน เมโล่ มันก็ช่วยให้เกมรุกของพวกเขามีความอันตรายและสามารถยิงประตูได้อย่างมากมายตามไปด้วย

      แม้ว่า ขอนแก่น จะมีผลงานที่ดีใน 15 นัดแรก แต่ก็ไม่ประมาทที่จะเสริมตัวผู้เล่น โดยเฉพาะการคว้า โรมูโล่ เข้ามายืนคู่กับ เมโล่ ในแดนหน้า ซึ่งตรงนี้ถือเป็นการเสริมที่ชาญฉลาด เพราะตลอดเลกแรกที่ผ่านมา เมโล่ ต้องยืนหน้าเป้าอย่างโดดเดี่ยว แล้วเมื่อไรที่ไม่ได้ลงสนามผลงานของทีมก็ทรุดลงไปทันตาเห็น กระนั้นการเข้ามาของดาวเตะชาวบราซิล มันก็เป็นผลให้ จักรกริช พาละพล ต้องนั่งสำรองมากขึ้น

ในเรื่องของทรงสำหรับ ขอนแก่น ไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงไปจากเลกแรก นั่นคือ การตั้งเกมรับให้เหนียวแน่นในระบบ 3-5-2 จากนั้นเมื่อได้โต้กลับก็จะทำเร็วเพื่อส่งบอลให้ 2 กองหน้า ไปชงไปแต่งและยิงกันตามสบาย ซึ่งนั่นก็เป็นผลให้พวกเขาได้แต้มแบบไม่ขาดสาย กระทั่งท้ายกลายเป็นทีมที่รอดตายอย่างรวดเร็ว กระนั้นหากพูดถึงเกมดราม่าของศึกรีโว่ไทยลีก โดยเอาเฉพาะแค่เลกที่ 2 จงอางผยองถือเป็นตัวแถวหน้าที่มีซีนข้องเกี่ยว ไล่ตั้งแต่ การแจก 3 จุดโทษ และ 1 แดง ในเกมที่ฝ่าสายฝนชนะ เมืองทอง 2-1 ซึ่งในเกมนั้นได้สร้างอารมณ์โกรธแค้นแก่แฟนกิเลนผยองพอสมควร ขณะที่เกมที่ยันเสมอ บุรีรัมย์ 0-0  ก็ได้สร้างความผิดหวังแก่ปราสาทสายฟ้าที่ไม่สามารถคว้าแชมป์ลีกได้เสียที แต่ด้วยความดีใจและยั่วยวนอารมณ์ จนมีการขว้างบอลใส่และโห่ไล่ อุ้ม ธีราทร ก็ได้กลายเป็นกระแสเดือดในโซเชียลอีกคำรบ

      การจบอันดับที่ 10 ในฤดูกาลแรกบนลีกสูงสุดของ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ถือเป็นผลงานที่น่าชื่นใจสำหรับบอร์ดบริหาร ที่ฝ่าฟันวิกฤตทีมโดนแบน พร้อมกับเริ่มต้นใหม่จากลีกล่างจนถึงลีกสูงสุดในตอนนี้ แต่กระนั้นก็ต้องไม่ลืมอาถรรพ์ second season syndrome ที่มักตามมาหลอกหลอนทีมน้องใหม่ที่มีผลงานพุ่งกระฉูดในซีซั่นแรก ให้ดิ่งดับและสูญสลายเมื่อเข้าสู่ฤดูกาลที่ 2 ซึ่งจงอางผยองอาจเป็นเหยื่อรายต่อไปก็เป็นได้ อย่างไรเสียหากพวกเขามีการเตรียมทีมที่ดี มีการเสริมตัวผู้เล่นทั้งไทยและต่างชาติที่ถูกจุด อาถรรพ์ที่กล่าวก็จะไม่ก้าวเข้ามาหาอย่างแน่นอน

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

“ซุปตาร์ร้อยล้าน ผลงานกลางตาราง”

สรุปผลงาน การท่าเรือ ในเลกที่ 2 ฤดูกาล 2021/22

การท่าเรือ เอฟซี การดึงโค้ชโอ่งเข้ามาทำทีม สุดท้ายผลงานไม่เป็นไปตามคาด ทำให้ต้องแยกทางและดึงคนคุ้นเคยอย่างโค้ชอู๊ดขึ้นมาอีกครั้ง แล้วดันทำผลงานได้ดีกับการคว้าชัย 3 นัดรวดก่อนปิดเลกแรก ซึ่งตรงนี้ทำให้มาดามแป้งเลือกใช้โค้ชอู๊ดและไม่หาโค้ชใหม่เข้ามาแทน แต่สุดท้ายก็เข้าอีหรอบเดิม คือ ผลงานย่ำแย่จนต้องแยกทาง

สรุปผลงาน การท่าเรือ เอฟซี ในเลกที่ 2 ฤดูกาล 2021/22 ในเลกที่ 2 เลือกที่จะแต่ตั้งให้ สระราวุฒิ กลับเข้ามารับตำแหน่งเฮดโค้ชภาค 2 เพราะจากผลงานก่อนปิดเลกที่ชนะ 3 นัดรวด แบบไม่เสียประตู มันได้สะกิดให้มาดามแป้งเบาใจและไม่อยากหาโค้ชใหม่ให้เสียเวลา นอกจากนี้ทีมได้เสริมทัพนักเตะใหม่ด้วยการดึงเจ้าตอง กวินทร์ แบบยืมตัวจาก โอเฮช ลูเวิน เพื่อให้ตำแหน่งนายทวารมีการแข่งขันที่สูงยิ่งขึ้น ส่วนแนวรุกก็จัดหนักจัดเต็มด้วยการดึง เจนภพ โพธิ์ขี ที่โชว์ฟอร์มยิงกระจายในเครื่องแบบ โปลิศ เทโร กับ อดิศักดิ์ ไกรษร ที่การสวมเสื้อแสดน้ำเงินน่าจะช่วยเรียกวิญาณความเป็นเพชฌฆาตให้กลับมาได้  ในทางกลับกัน คู่แฝดทิตาธร-ทิตาวี คือ 2 นักเตะที่ย้ายทีมออกไปเพื่อโอกาสการลงสนามที่มากขึ้น  

การทำงานคำรบ 2 ของโค้ชอู๊ด ไม่ได้มีความแตกต่างไปจากภาคแรก ที่เริ่มต้นดีและค่อยๆดรอปลง แต่ในรอบนี้อาจหนักกว่าตรงที่บอลถ้วยทั้ง 2 รายการ ตกรอบอย่างรวดเร็ว แถมในถ้วยลีกคัพก็พ่ายแพ้ต่อทีมรองบ่อนจากไทยลีก 3 ขณะที่เกมลีกก็โชว์ผลงานงามหน้าด้วยการพ่ายคาบ้านแก่บ๊วยของตารางอย่าง เชียงใหม่ กระทั่งเกมที่บุกไปพ่าย บุรีรัมย์ ได้กลายเป็นเกมสุดท้ายของโค้ชอู๊ด นั่นจึงทำให้มาดามแป้ง เลือกดันโค้ชแขก วีรยุทธ์ เข้ามา แต่การเปิดตัวก็สร้างคอนแทนต์ด้วยการคาบ้านต่อ สมุทรปราการ ที่ไม่ชนะใครมายาวนาน สุดท้ายก่อนปิดซีซั่น ได้มีการเปลี่ยนกุนซือมาเป็น จเด็จ มีลาบ พร้อมกับการแจ้งเกิดของ วิลเลี่ยม และ ธีรศักดิ์

      จากเม็ดเงินที่ลงทุนไปกับผลงานที่ได้รับกลับมา ถือว่าสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง เพราะการลงทุนแบบมหาศาลเพื่อดึงนักชื่อดังมาอยู่กับทีม มันไม่ตอบโจทย์ต่อความต้องการที่ทีมอยากได้  นั่นจึงทำให้โค้ชจัดทีมได้ลำบาก อีกทั้งการก้าวก่ายจากเจ้าของ มันก็ไม่แปลกนักที่ทีมจะไม่เดินหน้าไปไหน สุดท้ายตัวแห่งความหวังดันกลายเป็นเด็กกรอกวัยคะนองไปเสีย

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover