Categories
Sport

“ทำดีที่สุดแล้ว”

บีจี หมดลุ้นแชมป์ แต่โชว์สปิริตเก็บชัยเหนือ โคราช  3-0

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 26 ในโปรแกรมคืนวันอาทิตย์ คู่สุดท้ายของสัปดาห์นี้ ณ สนามปทุมธานี สเตเดี้ยม บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่รั้งรองจ่าฝูงของตาราง จะต้องพบกับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ที่สถานการณ์ยังสุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้น ฉะนั้นในวันนี้จำเป็นอย่างที่จะต้องเก็บแต้มออกไปให้ได้ สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม ทั้งเจ้าบ้านและทีมเยือนต่างในระบบ 4-2-3-1 เหมือนกัน

      บีจี ปทุม ออกสตาร์ทเกมนี้ไม่ค่อยวูบวาบเท่าไร เพราะการครองบอลและจบสกอร์ไปไม่ถึงแดนสุดท้าย จะมีลุ้นก็จากฟรีคลิก นอกจากนี้การจ่ายบอลในแดนตัวเองยังเสียให้คู่แข่งเอาไปจู่โจม กระนั้นยังดีที่แนวรุกนครราชสีมา ไม่สามารถพาบอลเข้าพื้นที่กรอบเขตโทษได้ กระทั่งการยิงไม่มีความอันตราย จากนั้นเมื่อเกมผ่าน 25 นาที บีจี ปทุม เริ่มต่อบอลและพาเข้าพื้นที่อันตรายได้มากขึ้น ซึ่งนิยมขึ้นทางฝั่งขวาด้วยกาจ่ายทแยงหรือวางเข้าไป แต่สุดท้ายก็ยังติด พิศาล ที่ยืนตำแหน่งดีและบินเซฟได้อยู่

ครึ่งหลัง โคราช แก้เกมโต้กลับได้ดีกับการวางบอลไปทางด้านข้างเพื่อให้แนวรุกได้เก็บ ก่อนจ่ายเข้าแดนอันตราย ขาดเสียเพียงการจบสกอร์ที่ยังไม่เหน่งเท่าไร กลับกันทางฝั่ง บีจี ปทุม พอมีโอกาสก็ขึ้นนำ 1-0 ทันที โดยจังหวะนี้เป็นการยิงนอกกรอบ แนวรับยืนปิดได้ดีแล้ว แต่ พิศาล กะจังหวะบอลกระดอนไม่ดี ทำให้เมื่อปัดไม่โดนก็เข้าประตูไป จากนั้น บีจี ปทุม พยายามประคองตัวแล้วมาได้ประตู 2-0 จาการโต้กลับ ซึ่งการเอาบอลลงของ วรชิต นับเป็นที่น่าชื่นชม เพราะมันทำให้จังหวะต่อมาเล่นง่าย ก่อนจะประสานกับ ธีรศิลป์ และจัดการส่งบอลเจ้าสู่ก้นตาข่าย ส่วนประตู 3-0 มาติดๆ จากการตัดบอลและจ่าย 3 จังหวะ แล้วยิงโล่งๆ

      บทสรุปจากเกม บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เริ่มต้นเกมแบบไม่วูบวาบเท่าไร อีกทั้งยังมีความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ แต่พอเวลาผ่านไป พวกเขาเร่งระดับของเกมรุกได้ กระทั่งมาได้ประตูในครึ่งหลัง อีกทั้งการโต้กลับและฉกบอลจากคู่แข่ง ก็ได้ช่วยให้พวกเขายิงทิ้งห่าง ซึ่งมันเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับทีมที่มีมิติหลากหลาย ขณะที่ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ครึ่งแรกเล่นเกมรับได้ดีพอควร ส่วนเกมรุกมีโอกาสแต่ไม่อันตรายพ กลับกันในครึ่งหลัง เกมรุกแก้ทางมาดีและเกือบนำก่อน อย่างไรเสียพอโดนยิงไปก่อน เกมรุกเกมโต้กลับก็หายไป มิหนำเกมรับได้เปิดรูรั่วอีก ทำให้สุดท้ายกลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป

ติดตามความ Sport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

“ยิงโหดเหมือนโกรธกันมา”

อิคซาน ดับเบิ้ล 4  พา บีจี ถล่ม ประจวบ 7-2 การันตีจบรองแชมป์

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 29 ซึ่งเป็นการแข่งแบบล่วงหน้า ณ สนามปทุมธานี สเตเดี้ยม บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่ยังมีลุ้นแชมป์แบบห่างๆ จะต้องพบกับ พีที ประจวบ เอฟซี ที่ผลงานดีใช้ได้และไม่น่าจะเดือดร้อนต่อการหนีตาย สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านใช้ 4-2-3-1 ส่วนทีมเยือนเป็น 3-5-2

ในช่วง 10 นาทีแรก บีจี ปทุม ต่อบอลได้ดีขึ้นกว่านัดที่ผ่านมา แต่ยังพาบอลไปไม่ถึงแดน 3-4 กลับกันพอเป็น พีที ประจวบ สวนกลับครั้งแรก ดันได้ประตูนำ 0-1 จากการเข้าพรวดของ อภิสิทธิ์ จนเสียจุดโทษ อย่างไรเสียแม้จะโดนนำแบบสุดช็อค แต่ บีจี ปทุม ก็ได้ประตูตีเสมอเร็ว จากการจ่ายแบบข้ามหลอกและมีช่องได้ยิง ซึ่งยิงไม่ดีมาก แต่ ขวัญชัย ดันรับบอลพลาดจนลอดขาเข้าประตู

หลังจาก บีจี ปทุม ตีเสมอ 1-1 ก็เหมือนกับเสือกระหายเหยื่อ เพราะได้ทำการปูพรมบุกใส่ ขณะเดียวกัน พีที ประจวบ เหมือนคนสติแตก นั่นจึงทำให้ประตู 2-1 เกิดขึ้น และสกอร์ไหลเป็น 3-1, 4-1 และ 5-1 พร้อมกับเป็นแฮตทริกของ อิคซาน ที่ยิงคนเดียว 4 ลูก

ครึ่งหลัง บีจี ปทุม เริ่มประคองตัว ตรงข้ามกับ พีที ประจวบ ที่แม้จะโดนยิงห่าง แต่ก็พยายามจะบุกเพื่อทวงประตูตีตื้น จนมาได้ประตู 5-2 จากจุดโทษอีกหน ซึ่งในรอบนี้เป็น สันติภาพ ที่เข้าพรวด จากนั้น ประจวบ ยังบุกต่อ แต่มีจังหวะจ่ายพลาดและโดน ดิโอโก้ ลากไปจ่ายให้ ธีรศิลป์ ยิงเป็น 6-2 และประตู 7-2 ปิดท้าย มาจากจุดโทษบ้าง

      บทสรุปจากเกม บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เล่นเริ่มด้วยฟอร์มการเล่นที่ดี แต่การโดนยิงนำแบบสุดช็อคตั้งแต่ต้นเกมไม่ได้มีผลให้รูปเกมเสีย พร้อมกันนั้นยังเล่นแบบเดิม จนมายิงประตูแบบกระหน่ำถึง 5 ลูกรวดในครึ่งแรก กระนั้นเกมรับต้องมีสมาธิต่อการเข้าสกัดที่ต้องแม่นยำกว่านี้ ขณะที่ พีที ประจวบ เอฟซี โชคดีและคว้าโอกาสขึ้นนำได้ก่อน ซึ่งมันน่าจะเป็นความได้เปรียบที่ทำให้พวกเขาเล่นง่าย กระนั้นพอโดนยิงตีเสมอ เกมรับดันเกิดอาการสมาธิหลุดและมีช่องว่างมากมาย ทำให้โดนเจาะและยิงแบบรัวๆถึง 5 ประตูในครึ่งแรก และ 2 ประตู ในครึ่งหลัง โดยตรงจุดนี้ถือเป็นปัญหาที่โค้ชหระต้องแก้เป็นการด่วน มิเช่นนั้นจะเกิดความลำบากในนัดที่เหลือของฤดูกาล

ติดตามความ Sport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

“สองพี่น้องคนละตุง”

พี่-น้องฟานดี้ยิงคนละลูก พา บีจี ปทุม เฉือน ท่าเรือ 2-1

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 28 นัดแข่งล่วงหน้า ลงฟาดแข้งกันในวันเสาร์ ณ สนามปทุมธานี สเตเดี้ยม บีจี ปุทม ยูไนเต็ด ที่รั้งอันดับ 2 ของตาราง จะต้องพบกับ การท่าเรือ เอฟซี ที่ผลงานหลุดวงโคจรแบบสุดกู่แล้ว ทำให้แมตช์ที่เหลือคงขอแค่ประคองและจบในอันดับที่ดีที่สุด ส่วนผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม ในวันนี้ เจ้าบ้านใช้ 4-2-3-1 ขณะที่ทีมเยือนเป็น 4-4-2 

บีจี ปทุม พยายามต่อบอลจากข้างหลังขึ้นไป แต่การให้บอลขาดๆเกินๆตั้งแต่กลางสนาม จนต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับและไล่บอล ส่วนทางฝั่งการท่าเรือ ดักบอลได้ดี แต่พอจะเปลี่ยนเป็นจังหวะเข้าทำแบบรวดเร็ว ดันลงโทษไม่สำเร็จเพราะการให้บอลไกลกัน การจบสกอร์ไม่เข้าจุด และการโจมตีเดาง่ายเพราะขึ้นทางขวาเป็นหลัก

กระนั้นแม้เจ้าถิ่นจะบุกได้น้อย แต่การขึ้นมาแต่ละครั้งมีความอันตราย กระทั่งมาได้ประตูนำ 1-0 จาก อิรฟาน ที่โหม่งในจังหวะ 2 จากเตะมุม อย่างไรก็ตาม วิลเลียมก็ผิดพลาดที่ไม่ตามให้สุด และ วรุฒ ก็ผิดพลาด เพราะน้ำหนักยังอยู่ในวิสัยที่ป้องกันได้ แม้จะมีกระดอนก็ตามที จากนั้นไล่หลังไม่กี่นาที บีจี ปทุม ได้ประตูขึ้น 2-0 จาก อิคซาน โดยจังหวะนี้ถือว่ามีโชคตรงที่มุมแทบไม่มี แต่พอยิงแล้วแฉลบบอลดันพุ่งเสียบเสาแรก ขณะที่เวลาที่เหลือราว 15 นาที สิงห์เจ้าท่าลดดีกรีความอันตรายลงไปเยอะ 

ครึ่งหลัง  การท่าเรือ ได้ประตูตีตื้น 2-1 จากความผิดพลาดของ อิรฟาน ที่คิดว่ามีคนประกบ โรเชล่า แต่พอไม่มี ปราการหลังชาวสเปนจึงได้วิ่งมายิงจ่อๆ กระนั้นสิ่งที่น่าแปลกใจ คือ สิงห์เจ้าท่า ไม่เร่งเกม โมเมนตัมจึงไม่เหวี่ยงมาหา ภาพที่เห็นจึงเป็นเกมทรงเดิมๆ กลับกัน บีจี ปทุม ก็ยังจ่ายเสียง่ายๆ อีกทั้งเมื่อมีโอกาสก็ได้แค่เกือบยิงทิ้งห่าง

ภาพรวมของทั้ง 2 ทีม บีจี ปทุม ยูไนเต็ด มีปัญหาในการขึ้นบอลบริเวณกลางสนาม ซึ่งหากจะยึดแนวทางนี้ ต้องกลับไปปรับเป็นการด่วน ส่วนเกมรับก็ต้องปรับเช่นกัน หากดูจากจังหวะเซฟของ กิตติภูมิ เช่นเดียวกับแนวรุกที่วันนี้ยิงได้จริง แต่ถ้าเทียบจากโอกาสช่วงท้ายเกม มันควรได้เพิ่ม ฉะนั้นแม้ว่าจะชนะ แต่ก็ยังเห็นแผลตามจุดต่างๆ ขณะที่ การท่าเรือ เอฟซี เล่นได้ดีในระดับหนึ่ง อย่างไรเสียสิ่งที่เห็น คือ สภาวะจิตใจและสปิริตทีมไม่แกร่งพอ เพราะเมื่อเสียประตูไป รูปเกมก็ดูทรงๆ มิหนำในครึ่งหลัง ตัวเองมีโอกาสที่จะกลับสู่เกมได้ แต่ก็ไม่เร่งไม่ทำ สุดท้ายจึงต้องพ่ายแพ้ไป 

ติดตาม Sport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

“กว่างได้ไปต่อ”

“กว่างได้ไปต่อ” เชียงราย สวนโหด รัว บีจีปทุม 4-2 เข้ารอบรอง

ศึกฟุตบอลรีโว่ลีกคัพ ฤดูกาล 2021/22 รอบ 8 ทีมสุดท้าย เกมบิ๊กแมตช์อยู่ที่ ณ สนามลีโอเชียงราย สเตเดี้ยม ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด อดีตแชมป์รายการนี้ 1 สมัย จับสลากมาเจอกับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ซึ่งทั้งคู่เคยเจอกันในรอบชิงปี 2018 แล้วเป็นทางกว่างโซ้งที่เฉือนชนะไป 1-0 สำหรับผังการเล่นในวันนี้ เจ้าถิ่นใช้ 4-4-2 ส่วนทางฟากทีมเยือนเป็น 4-2-3-1

เกมการแข่งขันเริ่มต้น บีจี ปทุม ต่อบอลและจ่ายลัดเลาะจากริมเส้นได้ดีจนมีโอกาสน่าได้ประตูนำก่อนแต่จังหวะชาร์ตจ่อๆดันไม่เป็นประตูกลับกันพอ ลีโอ เชียงราย โต้กลับครั้งแรกๆ ดันได้ประตูนำ 1-0 ซึ่งในจังหวะนี้ เลี้ยงหลบเข้ามาและตัดสินใจรวดเร็วที่จะยิงเสาแรก กระนั้นแนวรับทีมเยือนก็ผิดพลาด เพราะเมื่อหลุดจากการประกบของสันติภาพ ก็ไม่มีแนวรับคนไหนเข้าซ้อนแบบทันท่วงที จากนั้นทีมเยือนพยายามจะเร่งเกมเพื่อทวงประตูคืน แล้วใช้เวลาไม่นานก็สามารถตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จจาก อิคซาน ที่กระโดดโขกแบบไร้การรบกวน อย่างไรก็ดีหลังจากสกอร์กลับมาเท่ากันรูปเกมก็ไม่ตื่นเต้นอีกเลย

ครึ่งหลัง บีจี ปทุม พยายามจะขึงใส่ด้วยการต่อบอลเข้าไป แต่ก็มักเสียบอลกลางทาง ซึ่งมันกลายเป็นทางถนัดของ เชียงราย ที่ส่งสัญญาณเตือนเป็นระยะจนมาได้ประตูนำ 2-1 อีกครั้ง จากการยิงของ เก็ทเดอร์สัน กระนั้นจังหวะนี้ก็เป็นใจ เพราะมันติดขา กิตติภูมิ และแฉลบ ตูเญช เข้าไป จากนั้นสถานการณ์เหมือนจะเป็นใจให้ เชียงราย มากขึ้นไปอีก เพราะการสวนขึ้นมาครั้งนี้มีตัวผู้เล่นมากกว่าแนวรับของทีมเยือน ทำให้การลากและจบที่ เก็ทเดอร์สัน ยิง กลายเป็นประตูทิ้งห่าง 3-1

      บีจี ปทุม ยังคงเดินหน้าต่อ จนมาได้ประตูตีตื้น 3-2 จากการวางบอลข้ามฟากเป็นจุดเริ่มต้น แล้วมีการโขกชงให้ อิคซาน แตะหลบและยิง ซึ่งในจังหวะนี้แนวรับเจ้าถิ่นพลาดเต็ม กระนั้นโมเมนตัมที่น่าจะเหวี่ยงมาหาทีมเยือนบ้าง ก็ไม่เกิดขึ้นเพราะประตูทิ้งห่าง 4-2 ของ เชียงราย ที่ค่อนข้างมีดวงด้วยการแฉลบขา ตูเญช จนบอลพุ่งเสียบมุม  

      ภาพรวมของทั้ง 2 ทีม ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด เจอแท็กติกที่เข้าทาง คือ มากางตำราบุกใส่ แล้วตัวเองอาศัยการโต้กลับจนได้สกอร์ที่ต้องการ ทำให้เกมนี้เล่นง่าย กระนั้นมันมีโชคเข้ามาช่วยด้วย ขณะเดียวกันเกมรับก็ยังต้องปรับปรุง เพราะทั้ง 2 ประตูที่เสีย มาจากความผิดพลาดของตัวเอง ส่วนทางฝั่ง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด การเสียบอลกลางทางกลายเป็นหายนะให้เสียประตู ซึ่งทางแก้ที่ต้องทำหากจะเล่นแนวทางนี้ คือ ต้องครองบอลให้เหนียวแน่น เพื่อต่อบอลและสร้างโอกาสอย่างเนื่อง  

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

โปรแกรมวิเคราะห์รีโว่ไทยลีก

เปิดโปรแกรมวิเคราะห์รีโว่ไทยลีก นัดที่ 3 (วันศุกร์-เสาร์)

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก เดินหน้าซัดความมันส์อย่างต่อเนื่องในนัดที่ 3 โดยในสุดสัปดาห์นี้จะมีการแข่งขันเพียง 7 คู่ เพราะ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ต้องเดินทางไปที่ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อทำศึก ACL รอบ 16 ทีมสุดท้าย กับ ชนบุค ฮุนไดมอเตอร์ ขณะที่ในส่วนนี้เราจะหยิบยกเกมการแข่งขัน 1 คู่ ในวันศุกร์ และ 3 คู่ ของวันเสาร์ ในเวลา 18.00 น. มาวิเคราะห์วิจารณ์กัน      

สมุทรปราการ ซิตี้ พบกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

          เขี้ยวสมุทร ออกสตาร์ท 2 นัดแรก ด้วยการออกไปเยือนแล้วสามารถเก็บได้ 4 คะแนน ซึ่งนี้ถือว่าเป็นผลงานที่ใช้ได้ หากดูจากสภาพทีมที่หลากคนเป็นห่วง ส่วนทางฝั่งแข้งเทพของโค้ชแบน ฟอร์มการเล่นจาก 2 นัดที่ผ่านมา ถือว่าโชว์ฟอร์มได้สมกับทีมเต็งจริงๆ แต่มันก็น่าเสียดายที่นัดล่าสุดทำได้แค่เสมอ ทั้งที่มีโอกาสทองจะคว้า 3 แต้มได้ สำหรับเกมการแข่งขันคู่นี้มองว่าจะเป็นเกมคุณภาพอีกคู่ ขณะที่ผลการแข่งขันเชื่อว่าทีมเยือนจะไม่แพ้ออกไปเป็นแน่

เปิดโปรแกรมวิเคราะห์รีโว่ไทยลีก
เปิดโปรแกรมวิเคราะห์รีโว่ไทยลีก

การท่าเรือ เอฟซี พบกับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด

          สิงห์เจ้าท่า เก็บได้ 2 คะแนน จาก 2 นัด ซึ่งมันอาจเป็นผลงานที่ไม่ค่อยดีเท่าไรหากมองจากตรงนี้ แต่ถ้าแหวกให้ลึกลงไปจะพบว่าลูกทีมของโค้ชโอ่งมีพัฒนาการที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในเกมล่าสุดกับ บียู

ส่วนทางด้านจงอางผยอง ไม่ต้องรอนานกับการคว้า 3 แต้มแรกในลีกสูงสุด เพราะเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสามารถโค่น ประจวบลงได้ แต่สำหรับเกมที่จะบุกมาเยือน แพท สเตเดี้ยม มันอาจเป็นงานยากของทีมจากเมืองหมอแคนที่มาแบ่งแต้ม เพราะด้วยศักยภาพและเป้าหมาย การท่าเรือ ต้องหวัง 3 แต้ม สถานเดียว   

เปิดโปรแกรมวิเคราะห์รีโว่ไทยลีก
เปิดโปรแกรมวิเคราะห์รีโว่ไทยลีก

ชลบุรี เอฟซี พบกับ หนองบัว พิชญ เอฟซี          

ฉลามชล ออกสตาร์ทปีนี้ด้วยฟอร์มการเล่นที่ดูดีมีทรงและน่าติดตามกว่าหลายๆปีที่ผ่านมา กระนั้น 2 นัดที่ผ่านมา ดันเก็บได้เพียง 2 แต้ม อีกทังนัดล่าสุดกับ เมืองทอง ถือว่าเสียดายสุดๆ เพราะอุตสาห์นำไปไกลถึง 0-3 แต่การถอนคันเร่งเกินพิกัดแล้วดวงซวยผสม

ทำให้ถูกตีเสมอ 3-3 แบบช็อคตาตั้ง ส่วนทางฝั่งพญาไก่ชน การเจอกับทีมระดับกลางๆในบ้าน 2 นัด แล้วเก็บได้ 3 แต้ม ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี แต่การออกไปเยือนถิ่นชลบุรี สเตเดี้ยม มองมุมไหนก็น่าจะเสร็จเจ้าบ้านที่หิวกระหายกับ 3 แต้ม 

เปิดโปรแกรมวิเคราะห์รีโว่ไทยลีก
เปิดโปรแกรมวิเคราะห์รีโว่ไทยลีก

ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ tarutaofc.com

Categories
Sport

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด (กระต่ายแก้ว)

“ตัวสำรอง พาคว้าชัย” บีจี ไม่ฟูลทีม เฉือนราชบุรี นิ่มๆ 2-0

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 2  ในค่ำคืนวันศุกร์มี 1 คู่ ณ สนามลีโอ สเตเดี้ยม ซึ่งเป็นการพบกันระหว่าง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่มีตัวบาดเจ็บมามายเหลือเกิน กับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ที่มาพร้อมแบบฟูลทีม ส่วนในเรื่องของผังการเล่น เจ้าบ้านมาในระบบ 3-5-2 ขณะที่ทีมเยือนก็ใช้แผนเดิม คือ 4-5-1

          ในช่วงต้นเกม ราชบุรี ครองเกมได้เหนือกว่า เพราะสามารถครองบอลไว้กับตัวได้ แต่พอถึงแดน 2 ก็ต้องถ่ายคืนหลัง แล้วโดนคู่แข่งตัดไป กระทั่งผ่านไปสัก 10 นาที ก็เริ่มมีความพยายามจะเจาะทางริมเส้นที่เป็นของถนัด แต่กาทำเข้าทำแบบนี้จะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อมาจากเกมโต้กลับ ซึ่งมันเกือบได้ผล แต่บอลเจ้ากรรมดันไปชนเสา

ส่วนทางฝั่งบีจี ตั้งรับด้วยการยืนแพ็คแน่น ขณะที่กองกลางและกองหน้าช่วยกันวิ่งไล่บีบในแดน 1-2 แล้วมันสามารถตัดบอลเอาไปโต้ได้ แต่ความเฉียบของผู้เล่นกระต่ายแก้วยังมีไม่มากพอ กระทั่งเกมผ่านไปราว 30 นาที บีจีเริ่มจะครองเกมได้เหนือกว่า เพราะสามารถต่อบอลในแดน 1-3 ได้อย่างไหลลื่น รวมถึงมีการเปิดบอลจากริมเส้นที่เข้าเป้าอยู่เนืองๆ ขาดเพียงการเข้าทำและจบสกอร์ในพื้นที่แดนสุดท้ายที่ยังขาดๆเกินๆ  

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

ครึ่งหลัง บีจี เลือกจะเล่นเหมือนในช่วงท้ายครึ่งแรก กระทั่งการเปิดบอลจากลูกเตะเป็นที่มาของประตูนำ 1-0 จากนั้นแนวรับราชบุรี ก็ดันเปิดแผลด้วยการเล่นแบบเสียสมาธิ ทำให้บอลที่เคลียร์ไม่ขาดย้อนกลับมาลงโทษด้วยการเสียประตู 2-0 กระนั้นจังหวะฟุตบอลก็เป็นใช้ให้เจ้าบ้านด้วย

จากนั้นราชันมังกรพยายามจะต่อบอลสู้ แต่ก็เหมือนฉายภาพซ้ำ เพราะการพาบอลเข้าไปในแดน 1-2 ของคู่แข่ง ก็ถูกบีบกดดันจนต้องจ่ายย้อนคืนหลัง หรือการจะใช้ปีกที่มีความเร็ววิ่งกระชากริมเส้น ก็มักมีตัวประกบเข้ามาช่วยกันซ้อน พลางจะเปิดไปลุ้นดู

ก็เสมือนกับเปิดบอลให้ ฉัตรชัย รับ กระทั่งเวลาผ่านไปเรื่อยๆ บีจี เริ่มจะตัดบอลและต่อกันได้อย่างไหลรื่น จนในช่วง 10 นาทีสุดท้าย ลูกทีมของวิดมาร์ สามารถครองบอลและคุมจังหวะเกมไว้ได้หมด 

  ภาพรวมของทั้ง 2 ทีม บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เริ่มต้นด้วยความรัดกุมและสามารถป้องกันได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งหากจะหาจังหวะที่การป้องกันผิดพลาด คงจะมีเพียงจังหวะที่ แดร์เลย์ ยิงชนเสาเท่านั้น ขณะที่เกมรุก วันนี้สามารถยกระดับตัวเองได้ดี โดยเฉพาะการจ่ายบอลจากหลังสู่หน้า

จากซ้ายสู่ขวา ที่จัดว่ารวดเร็วพอตัว กระนั้นสิ่งที่ต้องไปเก็บงาน คือ การเข้าทำในจังหวะสุดท้ายที่ต้องลดความผิดพลาดง่ายๆลงบ้าง ส่วนทางด้าน ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ช่วงต้นเกมเหมือนจะเหนือกว่า

แต่การครองบอลแบบนั้นไม่มีประโยชน์ เพราะสปีดของบอลช้าเกินไป ทำให้ถูกดักง่าย ขณะที่เกมรับยังปรากฏให้เห็นถึงช่องว่างและการยืนป้องกันที่หละหลวม กระทั่งสิ่งเหล่านี้ลงโทษให้เสียประตู อีกทั้งยังมาเสียสมาธิอีก ทำให้วันนี้สมควรแล้วที่ต้องเป็นผู้แพ้

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ tarutaofc.com

Categories
Sport

ชลบุรี เอฟซี (ฉลามชล)

“หลังยวบ แต่ยังยันอยู่” ชลบุรี ได้โทษตามเจ๊า บีจี สุดมันส์ 1-1   

ศึกฟุตบอลไทยลีก 1 นัดเปิดฤดูกาล เกมบิ๊กแมตช์อยู่ในส่วนของวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นการพบกันระหว่าง ชลบุรี เอฟซี ในฐานะเจ้าบ้านและรองแชมป์ช้างเอฟเอ คัพ กับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่ลงสนามในฐานะแชมป์เก่าและสดๆร้อนๆ กับแชมป์ไทยแลนด์ แชมป์เปี้ยนส์ คัพ เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม ต่างเลือกเอาระบบ 3-5-2

มาชนกัน การแข่งขันใน 45 นาทีแรก เป็นไปอย่างสูสี โดยทางฝั่ง บีจี ปทุม เพรสซิ่งสุดซอย แต่มันไม่ได้บอล นอกเสียจากถอยมาดักในแดนของตัวเอง ส่วนจังหวะการเข้าทำไม่มีปรากฏให้เห็นแบบเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ก็มาได้ประตูจากความเฉียบคมของ ดิโอโก้ ที่ถอยตัวมายิงเสาแรก ทางฝั่งของชลบุรี เกมรับทำหน้าที่ได้ดี

แต่ดันเสียประตูแบบคาดไม่ถึง ขณะที่เกมบุกแกะเพรสซิ่งและโต้กลับได้ดี แต่บอลมักไปตายในแดน 3-4 ของคู่แข่ง ทำให้ในช่วงท้ายครึ่งแรกมีการดันตัวผู้เล่นขึ้นไปค้ำแดนบน เพื่อดักบอลและโจมตีแบบสายฟ้าแลบ กระนั้นแนวรับของทีมเยือนก็ไม่มีผิดพลาดให้   

ชลบุรี เอฟซี
ชลบุรี เอฟซี

ช่วงครึ่งแรก บีจี เสียกองหลังตัวหลักอย่าง วิคเตอร์ ไป เช่นกันกับครึ่งหลังที่เสีย ชาตรี ไปอีกคน แต่นั้นกลับไม่ใช่ปัญหา เพราะตัวที่ลงมาสามารถทดแทนได้เป็นอย่างดี กระทั่ง เฮอร์เนสโต้ ที่ลงมาในฐานะตัวสำรองไปเข้าพรวดจนเสียจุดโทษและถูกตีเสมอ 1-1 แถม ยอดรัก ยังมาสมาธิแตกกับการชักศอกใส่คู่แข่งจนโดนแดง ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นเวลาที่วิกฤต แต่ความนิ่งของแนวรับกระต่ายแก้ว ก็ช่วยประคองให้ทีมไม่ถูกยิงแซง

อีกทั้งแนวรุกยังหาโอกาสที่จะบวกประตูเพิ่ม แต่มันก็ห่างไกลจากจุดนั้น เพราะแดนกลางของ บีจี ไม่มีตัวประเภทสร้างสรรค์เกม ส่วนทางด้านชลบุรี ครึ่งหลังพยายามเข้าบีบเร็ว แต่เมื่อได้บอลต้องชะลอจังหวะ เพราะยิ่งเร่งยิ่งเสีย ซึ่งการชะลอจังหวะทำให้เจาะประตูยาก เพราะแนวรับคู่แข่งถอยไปแพ็คแน่นแล้ว อย่างไรเสียด้วยผิดพลาดของคู่แข่ง ก็ได้มอบโอกาสยิงตีเสมอให้ 

          สิ่งที่น่าเสียดายของ ชลบุรี ในเกมนี้ คือ โมเมนตัมกำลังเหวี่ยงมาหากับการได้ประตูตีเสมอและได้เปรียบตัวผู้เล่น 1 คน ซึ่งตรงนี้ควรหาทางยิงแซง แต่ดันถอยไปรับและไม่เพรสซิ่งอย่างดุเดือดเหมือนก่อนที่จะตีเสมอ ทำให้รูปเกมที่ปรากฏกลายเป็น บีจี ได้บุก ส่วน ชลบุรี ได้แต่บุกขึ้นไปแล้วเปิดบอลจากริมเส้นซ้าย-ขวา จนจบเกม          

ภาพรวมของทั้ง 2 ทีม ชลบุรี เอฟซี มีเกมรับที่ดี แต่ดันโชคร้ายกับการเสียประตู ส่วนเกมบุก ความอันตรายลดลงทันทีเมื่อถึงแดนสุดท้ายของคู่แข่ง เพราะตัวเองสปีดบอลช้า จนโดยคู่แข่งแพ็คเกมรับแน่น พลางจะแทงทะลุช่องก็มีเพียง มูริลโล่ ที่เป็นเป้าเดี่ยว ซึ่งยังโชคดีที่ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามพลาดให้ มิเช่นนั้นวันนี้มีสิทธิ์แพ้สูง

ส่วนทางฝั่ง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เกมรับแน่นขึ้น พร้อมกับเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมเก็บแต้มกลับมา ขณะที่การเซตเกมก็ไหลลื่น แต่เกมบุก คือ ปัญหา เพราะไม่ค่อยมีไอเดียที่ชัดเจนเลย ซึ่งถ้าวันนี้ไม่ได้ความเฉียบคมของ ดิโอโก้ วันนี้มีสิทธิ์ถึงแพ้         

ชลบุรี เอฟซี
ชลบุรี เอฟซี

ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ tarutaofc.com และ ทาง Facebook

https://www.facebook.com/Sport-lover-101626538901960

Categories
Uncategorized

ย้อนเส้นทางสู่แชมป์ไทยลีกของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

อย่างที่เราทราบกันดีว่าแชมป์ไทยลีก 1 ฤดูกาล 2020/21  ตกเป็นของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ซึ่งจะว่าไปก็นับเป็นเรื่องเซอร์ไพร์สเล็กๆ แม้กระต่ายน้ำเงินครามจะเป็นทีมที่ใหญ่ แต่ก็คงไม่มีใครคิดว่าจะไปถึงแชมป์ ฉะนั้นวันนี้เราจะไปย้อนดูเส้นทางตลอดซีซั่นนี้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด กลับขึ้นมาสู่ไทยลีก 1 อีกครั้ง หลังจากตกชั้นลงไปเล่นลีกรอง 1 ปี โดยตำแหน่งเฮดโค้ชยังเป็น ดุสิต เฉลิมแสน ขณะที่การเสริมตัวผู้เล่นใหม่ก็ไม่จัดว่าว้าวแต่อย่างใด ส่วนการออกสตาร์ท 4 นัดแรกของฤดูกาล เก็บได้ 10 คะแนน จากการ ชนะ 4 เสมอ 1 ซึ่งถือว่าทำผลงานได้เกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้ แต่แล้วด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เริ่มทวีความรุนแรง ทำให้สมาคมฟุตบอลสั่งเบรกการแข่งขัน

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

ในช่วงที่พักเบรกการแข่งขันนานกว่าครึ่งปี  หลายทีมมีการปรับเปลี่ยนโควตาต่างชาติ รวมถึงการปล่อยผู้เล่นที่ค่าเหนื่อยสูงเพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงินไว้ ซึ่งตรงจุดนี้ บีจี ปทุม  ยูไนเต็ด สวมวิญญาณกระต่ายมือไวด้วยการฉกตัวผู้เล่นชื่อดังมาร่วมทีม ได้แก่ สารัช อยู่เย็น กับ อังเดร ตูเญช ซึ่งเมื่อนำมารวมกับที่มีอยู่ก่อนแล้ว มันก็ยิ่งทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้นไปอีก

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

การแข่งขันนัดที่ 5-15 กลับมาแข่งในเดือนกันยายน  โดยนัดประเดิมการรีสตาร์ทต้องออกไปเยือนทีมเต็งลุ้นแชมป์อย่าง การท่าเรือ เอฟซี แล้วในนัดนั้นบุกไปชนะได้ 1-0  จากนั้นต้องพบกับทีมใหญ่แบบรัวๆ

คือ ทรูแบงค็อก ยูไนเต็ด และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งสามารถเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด ทำให้ตอนนั้นก้าวขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งจ่าฝูง พร้อมกับมี การท่าเรือ เอฟซี ตามจี้หลัง

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เล็งเห็นแล้วว่าทีมมีปัญหาในเรื่องเกมรุก ทำให้เลกที่ 2  มีการเสริมกองหน้า 2 ราย ซึ่งชื่อชั้นนับได้ว่าเป็นระดับพระกาฬทั้งสิ้น ได้แก่ ติอาโก้ หลุยส์ซานโต กับ ธีรศิลป์ แดงดา โดยการเสริมแนวรุกครั้งนี้สภาพทีมจึงแข็งแกร่งทั่วแผ่น

ทำให้การแข่งขันที่เหลืออีกกว่าครึ่งทาง กระต่ายน้ำเงินครามมีผลงานร้อนแรงไม่เลิกรา ในขณะที่คู่แข่งอย่าง การท่าเรือ เอฟซี สะดุดแบบรัวๆ กระทั่งช่องว่าง 4 แต้ม ขยายเป็น 20 ในไม่กี่สัปดาห์

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

เกมการแข่งขันเดินทางมาถึงนัดที่ 24 บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ก็สามารถการันตีตำแหน่งแชมป์ได้สำเร็จ เพราะคู่แข่งอย่าง การท่าเรือ เอฟซี สะดุดจนกู่ไม่กลับ อีกทั้ง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด และราชบุรี เอฟซี ก็ดันทำแต้มหล่นตลอดรายทาง ขณะที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กลายเป็นรถด่วนที่กระโดดจากท้ายขึ้นมาจบที่ 2 อย่างไรเสียแม้ว่าจะการันตีตำแหน่งแชมป์ แต่กระต่ายน้ำเงินครามก็ยังมองถึงการทำสถิติเป็นแชมป์ไร้พ่ายทีมที่ 3

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ได้ฉลองการรับถ้วยอย่างยิ่งใหญ่ในนัดที่ 29 (พบกับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี) ส่วนในนัดสุดท้ายต้องบุกไปเยือน เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ถิ่นอาถรรพ์ที่ไม่เคยชนะ แต่เป็นคำตอบสุดท้ายว่าจะการทำสถิติไร้พ่ายหรือไม่ อย่างไรก็ตามด้วยอาถรรพ์ที่รุนแรง กระต่ายน้ำเงินครามมิอาจต้านทานไหว สุดท้ายพ่ายไป 1-0 อดทำสถิติเป็นแชมป์แบบไร้พ่าย

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

ข่าวสารฟุตบอลได้ที่ tarutaofc.com

Categories
Sport

การที่ การท่าเรือ เอฟซี คว้าโค้ชโอ่งไปคุมทีม อาจไม่ได้ผลดีอย่างที่คิด

ถึงตอนนี้เป็นที่แน่นอนแล้วว่า การท่าเรือ เอฟซี ได้ของยืม โค้ชโอ่ง ดุสิต เฉลิมแสน จาก บีจี ปทุม ยูไนเต็ด มาเป็นเวลา 1 ฤดูกาล โดยการเข้ามาของอดีตแบ็คซ้ายทีมชาติไทย สิงห์เจ้าท่าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะนำพาทีมให้ยิ่งใหญ่เหมือนเมื่อปีที่แล้วกับ กระต่ายน้ำเงินคราม อย่างไรเสียหากมองแบบลึกๆ มันก็มีหลายมุมที่เป็นไปได้ว่าผลงานนับจากนี้ของยอดทีมจากคลองเตย อาจไม่สวยหรูอย่างที่คาดไว้

          หากย้อนกลับไปเมื่อปีแล้ว บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ไม่ใช่เต็งแชมป์ เพราะนักเตะไม่ได้เด็ดดวง ขณะที่ตัวโค้ชโอ่ง ก็ไม่ได้ถูกคาดหวังว่าจะต้องพาทีมเป็นแชมป์ แต่กระนั้นด้วยจังหวะที่ฟุตบอลพักเบรกเพราะโควิด-19 ผนวกกับผลงาน 3 นัดแรกดี อีกทั้งหลายทีมมีเหตุต้องโละนักเตะตัวหลักออก นั่นจึงทำให้บอร์ดบริหาร โค้ชง้วง และโค้ชโอ่ง มานั่งคุยกันว่าจะเล่นระบบอะไร จากนั้นก็ไปไล่หานักเตะชั้นยอดมาสู่ทีมจนครบ ซึ่งการที่ทีมมีนักเตะระดับพระกาฬในตำแหน่งนั้นๆโดยไม่ทับซ้อนกัน

 การท่าเรือ เอฟซี
การท่าเรือ เอฟซี

มันจึงช่วยให้การสร้างทีมเวิร์คใช้เวลาไม่นาน แล้วสุดท้าย บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ก็ติดลมบนและคว้าแชมป์ โดยที่ โค้ชโอ่ง แทบจะไม่ต้องปวดหัวกับการวางระบบ เว้นเสียแต่บางนัดที่ต้องมีการแก้เกมบางนิดๆหน่อยๆ            บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ถูกจารึกสถิติว่าเป็นทีมที่คว้าแชมป์ได้รวดเร็วที่สุด แต่หากเจาะลึกไปลงไปที่แท็กติก ก็จะพบว่าเกมรุกของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ดูไม่หลากหลาย แม้ว่าในเลกที่ 2 จะเสริมตัวโหดในแนวรุกอย่าง ติอาโก้ กับ ธีรศิลป์ ซึ่งจากภาพที่ปรากฏ คือ การโยนยาวไปให้กองหน้า การโยนจากริมเส้น และกองหลังเติมขึ้นมาโหม่ง ฉะนั้นจึงไม่แปลกนักที่บอร์ดบริหารของกระต่ายน้ำครามจะลงความเห็นร่วมกัน แล้วหันไปดึง วิดมาร์ กลับมาคุมทีม เพราะเล็งว่ากุนซือชาวออสเตรเลียทำเกมรุกได้เต็มระบบกว่า

ทีนี้หันไปทางฝั่ง การท่าเรือ เอฟซี พวกเราต่างทราบกิตติศัพท์กันดีว่าเป็นทีมที่มีนโยบายซื้อนักเตะเอง มีการแทรกแซงเรื่องการจัดตัวผู้เล่น ในขณะที่โค้ชต้องน้อมรับทุกสิ่งที่เบื้องบนสั่ง แล้วก็อย่างที่รู้ๆกันว่ามันนำไปสู่ความล้มเหลว ฉะนั้นการที่สิงห์เจ้าท่า นำตัวโค้ชโอ่ง ไปคุมทีม ผลงานคงไม่หนีจากเดิม เพราะมีอีกหลายปัญหาที่ใครต่อใครมาก็แก้ไม่ตก นั่นคือ นักเตะในตำแหน่งเดียวกันมีมากเกินความจำเป็น ในขณะที่จุดอ่อนไม่เคยมีการเสริม ทำให้การเซตระบบ การสร้างทีมเวิรค์ทำได้ยาก ฉะนั้นหากการท่าเรือ เอฟซี ต้องการใช้ประโยชน์จากโค้ชโอ่ง อย่างสูงสุดในประสิทธิภาพสูงสุด ก็จำเป็นต้องปล่อยให้โค้ชทำงานแบบมีอิสระ ไม่ใช่แทรกแซงทุกอย่างและในทุกกระบวนการ

การท่าเรือ เอฟซี
การท่าเรือ เอฟซี

ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ tarutaofc.com

Categories
Sport

เปิดโปรแกรมนัดเปิดฤดูกาล ไทยลีก 1 (2)

ฟุตบอลลีกอาชีพของไทย อาจยังไม่มีกำหนดในการออกสตาร์ทที่แน่นอน รวมถึงยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะแข่งขันกันด้วยรูปแบบไหน แต่กระนั้นโปรแกรมเตะก็ออกมาเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งในส่วนนี้เรานะไปดูในอีก 4 คู่ที่เหลือ

เชียงใหม่ ยูไนเต็ด –  ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

ช้างศึกล้านนา น้องใหม่สดๆซิงค์ๆของไทยลีก 1 ตัวผู้เล่นหลายรายชื่อคุ้นหูเป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีการเสริมทัพที่เอาเรื่องเหมือนกัน ส่วนแข้งเทพ นับตั้งแต่โค้ชแบนเข้ามา แล้วมีโอกาสได้เสริมนักเตะ ทีมก็ลงตัวมาตั้งแต่ช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลที่แล้ว ฉะนั้นจึงเชื่อว่าการพบกันของทั้ง 2 ทีม จะสนุกสูสี แต่อย่างไรเสียก็เชื่อว่าแข้งเทพไม่แพ้แน่

เปิดโปรแกรมนัดเปิดฤดูกาล ไทยลีก 1 (2)
เปิดโปรแกรมนัดเปิดฤดูกาล ไทยลีก 1 (2)

พีที ประจวบ เอฟซี –  เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ดูเหมือนจะแย่ แต่ก็เอาตัวรอดมาได้ อย่างไรเสียความเปลี่ยนก็ได้เกิดขึ้น เมื่อ โค้ชวัง ที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่เลื่อนชั้นใหม่ๆ ได้ลงจากตำแหน่ง ทำให้ต่อพิฆาตต้องไปดึง มาซามิ ทากิ มาคุมแทน ซึ่งจากชื่อชั้นของกุนซือชาวญี่ปุ่นผู้นี้ เชื่อจะทำให้ประจวบ ไม่ต้องกังวลกับการหนีตายอีก ส่วนกิเลนผยอง การนำทัพโดย มาริโอ ยูรอฟกี้ ได้ช่วยแปรเปลี่ยนให้ทีมกลับมาเล่นแบบมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ทำให้การพบกันของทั้ง 2 ทีม จะเป็นการวัดมันสมองกุนซือ เพราะศักยภาพนักเตะไม่ต่างกันมาก แต่สุดท้ายยังเชื่อว่าลูกทีมของมาริโอ จะไม่แพ้

เปิดโปรแกรมนัดเปิดฤดูกาล ไทยลีก 1 (2)
เปิดโปรแกรมนัดเปิดฤดูกาล ไทยลีก 1 (2)

ชลบุรี เอฟซี – บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

ฉลามชล เสริมตัวต่างชาติน่ากลัวเหลือเกินในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา ทำให้เมื่อมาผสมกับตัวเด็กไทยที่มีอยู่ คงจะจิ๊ดไม่เบา ส่วนกระต่ายน้ำเงินครามแชมป์เก่า สภาพทีมสมบูรณ์อยู่แล้ว แต่ก็มีการเสริมตัวไทยเข้ามา สำหรับการพบกันของทั้งคู่คงจะสนุกสูสีสมกับบิ๊กแมตช์ แต่สุดท้ายเชื่อว่าอย่างแย่สุด คือ บีจี ปทุม เจ๊า

เปิดโปรแกรมนัดเปิดฤดูกาล ไทยลีก 1 (2)
เปิดโปรแกรมนัดเปิดฤดูกาล ไทยลีก 1 (2)

สมุทรปราการ ซิตี้ –  สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด การเสียผู้เล่นตัวหลักหลายราย จึงถูกตั้งคำถามว่าเขี้ยวสมุทรจะไหวหรือไม่ เพราะการเสริมทัพเข้ามาดูไม่สมน้ำสมเนื้อ แต่กระนั้นพวกเขาก็ยืนยันหนักแน่นว่า อิชิอิ เอาอยู่และให้รอดูเซอร์ไพรส์ ส่วนทางฝั่ง

กว่างโซ้งมหาภัย พึ่งไปโชว์ความยอดเยี่ยมใน ACL แม้ว่าท้ายที่สุดจะตกรอบ สำหรับการโคจรมาพบกันของทั้ง 2 ทีม เชื่อว่าจะมาเล่นแบบชวนทะเลาะและมีโอกาสเจ๊าสูง แต่หากถามถึงผู้ชนะ โอกาสน่าจะพอๆกัน

เปิดโปรแกรมนัดเปิดฤดูกาล ไทยลีก 1 (2)
เปิดโปรแกรมนัดเปิดฤดูกาล ไทยลีก 1 (2)

ติดตามข่าวสารฟุตบอลได้ที่ tarutaofc.com