Categories
Sport

“ยีมาโจไป สวาทแคทรอดหวุดหวิด”  

สรุปผลงาน โคราช ในเลกที่ 2 ฤดูกาล 2021/22

การทำงานของโค้ชโจ ธีรศักดิ์ โพธิ์อ้นนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ดูเหมือนจะมั่นคงและไม่มีอะไรมาหักเก้าอี้ตัวนี้ได้ง่ายๆ แต่เมื่อบอร์ดบริหารเปลี่ยนมือมาเป็น วรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคมฟุตบอลผู้ฉาวโฉ่ สถานการณ์ในแคมป์สวาทแคทก็เปลี่ยนไป กระนั้นทางฝั่งผู้บริหารก็ไม่ได้คิดจะขับไล่โค้ชโจออกไปในทันที แต่อาศัยช่วงที่ผลงานแพ้ติดต่อกันอันเชิญให้ออกในยามวิกฤต สุดท้ายยังดีที่โคราชยังไว้ลายและอยู่รอดในลีกสูงสุด

      ผลงานในเลกแรกของ นครราชสีมา ไม่ย่ำแย่ แต่ก็มีการเสริมทัพเข้ามา โดยเฉพาะในโควต้าต่างชาติอย่าง ชาร์ลี คลัฟ ที่เข้ามายืนคู่กับ เฉลิมพงษ์ ในตำแหน่งกองหลัง และ ชินทาโร่ ที่เข้ามาช่วยเกมแดนกลางของทีม แล้วในทันทีที่เลก 2 เริ่มขึ้น การเสริมตัวต่างชาติดังกล่าว ก็ช่วยเสริมสร้างให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น กระทั่งผลงานของทีมดูจะไม่ปัญหากับการหนีตาย แต่อย่างไรเสีย เกมที่เปิดบ้านพบกับ พีที ประจวบ แล้วแพ้เพราะพิษกรรมการ 2-3 ก็ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนให้โคราช กลายเป็นอีกทีมที่พร้อมจะแพ้คู่แข่งทุกนัด

การไม่ชนะใคร 7 นัดติดต่อกัน ได้ทำให้บอร์ดบริหารเรียกโค้ชโจ เข้าไปพบ แล้วได้มีการประกาศลาออกในช่วงเย็น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาแบบนี้นับเป็นอะไรที่เสี่ยงอย่างยิ่ง แล้วมันก็ยิ่งเสี่ยงขึ้นไปอีกกับการเอากุนซือชาวอังกฤษที่ร้างการทำงานไปนานอย่าง เควิน แบ็คเวลล์ เข้ามาแทน อีกทั้งกุนซือวัยเฒ่าผู้นี้ก็ไม่เคยมีประสบการณ์กับฟุตบอลไทยมาก่อน ทำให้ไม่แปลกนักที่สวาทแคทจะต้องหนีตกชั้นแบบเต็มตัว กระทั่งเกมนัดสำคัญที่ชนะ ราชบุรี 1-0 กับบุกไปตบ ชลบุรี 1-2 ก็ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนให้พวกเรารอดตายแบบทันเวลา

      การจบอันดับที่ 11 ด้วยการมีคะแนนห่างจากโซนแดง 7 แต้ม อาจมองได้ว่าผลงานเป็นไปตามเป้าหมาย กระนั้นหากเจาะลึกลงไป นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ควรไปลุ้นอันดับกลางตารางเสียด้วยซ้ำ หากแต่พวกเขาไปเจอเกมสุดช็อตกับ ประจวบ แล้วจากนั้นเหมือนมรสุมรุมเร้าจนไม่ชนะใครถึง 7 เกม แถมบอร์ดบริหารก็เพิ่มความเสี่ยงด้วยการดึงโค้ชที่ไม่ได้ทำงานมานานและไม่เคยมีประสบการณ์กับฟุตบอลไทยมาคุมทีมเสียอย่างนั้น อย่างไรเสียมันยังดีที่พวกเขารวมพลังฮึดสุดท้าย แล้วสามารถคว้าชัยในเกมแห่งฤดูกาลจาก ราชบุรี และ ชลบุรี มาได้ ทำให้สุดท้ายยังได้อยู่ในลีกสูงสุดต่อ

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

“ซุปตาร์ร้อยล้าน ผลงานกลางตาราง”

สรุปผลงาน การท่าเรือ ในเลกที่ 2 ฤดูกาล 2021/22

การท่าเรือ เอฟซี การดึงโค้ชโอ่งเข้ามาทำทีม สุดท้ายผลงานไม่เป็นไปตามคาด ทำให้ต้องแยกทางและดึงคนคุ้นเคยอย่างโค้ชอู๊ดขึ้นมาอีกครั้ง แล้วดันทำผลงานได้ดีกับการคว้าชัย 3 นัดรวดก่อนปิดเลกแรก ซึ่งตรงนี้ทำให้มาดามแป้งเลือกใช้โค้ชอู๊ดและไม่หาโค้ชใหม่เข้ามาแทน แต่สุดท้ายก็เข้าอีหรอบเดิม คือ ผลงานย่ำแย่จนต้องแยกทาง

สรุปผลงาน การท่าเรือ เอฟซี ในเลกที่ 2 ฤดูกาล 2021/22 ในเลกที่ 2 เลือกที่จะแต่ตั้งให้ สระราวุฒิ กลับเข้ามารับตำแหน่งเฮดโค้ชภาค 2 เพราะจากผลงานก่อนปิดเลกที่ชนะ 3 นัดรวด แบบไม่เสียประตู มันได้สะกิดให้มาดามแป้งเบาใจและไม่อยากหาโค้ชใหม่ให้เสียเวลา นอกจากนี้ทีมได้เสริมทัพนักเตะใหม่ด้วยการดึงเจ้าตอง กวินทร์ แบบยืมตัวจาก โอเฮช ลูเวิน เพื่อให้ตำแหน่งนายทวารมีการแข่งขันที่สูงยิ่งขึ้น ส่วนแนวรุกก็จัดหนักจัดเต็มด้วยการดึง เจนภพ โพธิ์ขี ที่โชว์ฟอร์มยิงกระจายในเครื่องแบบ โปลิศ เทโร กับ อดิศักดิ์ ไกรษร ที่การสวมเสื้อแสดน้ำเงินน่าจะช่วยเรียกวิญาณความเป็นเพชฌฆาตให้กลับมาได้  ในทางกลับกัน คู่แฝดทิตาธร-ทิตาวี คือ 2 นักเตะที่ย้ายทีมออกไปเพื่อโอกาสการลงสนามที่มากขึ้น  

การทำงานคำรบ 2 ของโค้ชอู๊ด ไม่ได้มีความแตกต่างไปจากภาคแรก ที่เริ่มต้นดีและค่อยๆดรอปลง แต่ในรอบนี้อาจหนักกว่าตรงที่บอลถ้วยทั้ง 2 รายการ ตกรอบอย่างรวดเร็ว แถมในถ้วยลีกคัพก็พ่ายแพ้ต่อทีมรองบ่อนจากไทยลีก 3 ขณะที่เกมลีกก็โชว์ผลงานงามหน้าด้วยการพ่ายคาบ้านแก่บ๊วยของตารางอย่าง เชียงใหม่ กระทั่งเกมที่บุกไปพ่าย บุรีรัมย์ ได้กลายเป็นเกมสุดท้ายของโค้ชอู๊ด นั่นจึงทำให้มาดามแป้ง เลือกดันโค้ชแขก วีรยุทธ์ เข้ามา แต่การเปิดตัวก็สร้างคอนแทนต์ด้วยการคาบ้านต่อ สมุทรปราการ ที่ไม่ชนะใครมายาวนาน สุดท้ายก่อนปิดซีซั่น ได้มีการเปลี่ยนกุนซือมาเป็น จเด็จ มีลาบ พร้อมกับการแจ้งเกิดของ วิลเลี่ยม และ ธีรศักดิ์

      จากเม็ดเงินที่ลงทุนไปกับผลงานที่ได้รับกลับมา ถือว่าสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง เพราะการลงทุนแบบมหาศาลเพื่อดึงนักชื่อดังมาอยู่กับทีม มันไม่ตอบโจทย์ต่อความต้องการที่ทีมอยากได้  นั่นจึงทำให้โค้ชจัดทีมได้ลำบาก อีกทั้งการก้าวก่ายจากเจ้าของ มันก็ไม่แปลกนักที่ทีมจะไม่เดินหน้าไปไหน สุดท้ายตัวแห่งความหวังดันกลายเป็นเด็กกรอกวัยคะนองไปเสีย

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

“อ้นไทม์พาอยู่รอด”  

สรุปผลงาน โปลิศ เทโร ในเลกที่ 2 ฤดูกาล 2021/22

ผลงานในเลกแรกของ โปลิศ เทโร เอฟซี ถือว่าสอบผ่านหากดูจากสภาพทีมที่มีผู้เล่นจำกัดจำเขี่ย กระนั้นก่อนเริ่มเลกที่ 2 ทีมต้องเสียนักเตะฟอร์มแรงอย่าง เจนภพ โพธิ์ขี ไปให้กับ การท่าเรือเอฟซี ทำให้อาวุธในเกมรุกถูกลดทอนลงไป ขณะที่นักเตะขาเข้า ก็ล้วนแต่เป็นตัวชราภาพจากลีกรองและตัวยืมจากทีมใหญ่ที่ไม่ใช้งาน

      โปลิศ เทโร เปิดหัวเลกสองแบบไม่ร้อนแรงนัก แต่พอถึงนัดที่พบกับ บุรีรัมย์ ก็ได้สร้างความแสบทรวงด้วยการแบ่งแต้ม จากนั้นก็เริ่มแผงฤทธิ์ใส่ ชลบุรี และ บีจี ปทุม ในเกมฟุตบอลถ้วย ซึ่งในช่วงนั้นการคว้าแต้มอย่างต่อเนื่องมันมีผลให้การหนีตายแทบไม่ต้องกังวล กระนั้นพอหมดช่วงฟอร์มพีค มังกรโล่เงินก็เริ่มดรอปลงและไม่ชนะใครยาวนาน กระทั่งเกมแห่งฤดูกาลกับ สุพรรณบุรี พวกเขาสามารถล้วง 3 แต้ม ออกมาในวินาทีสุดท้ายของเกม แล้วจุดนั้นมันส่งผลให้ลูกทีมของโค้ชอ้นรอด ส่วนผู้แพ้ก็ตกชั้นลงไปเป็นที่เรียบร้อย

การคว้า เรียว มัตซึมูระ มาจาก บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ถือเป็นการเสริมทัพที่ตรงจุด เพราะด้วยความเร็วทางด้านข้างของตัวเอง มันได้ช่วยให้กองหน้าไม่ต้องเหนื่อยลงมาล้วงบอล แต่อย่างไรเสียทรงเกมรุกของทีมก็ยังไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน นอกเสียจากพึ่งพาความสามารถส่วนบุคคล ขณะที่นายทวารวัยเก๋าอย่าง สินทวีชัย ก็ได้ขนประสบการณ์ทั้งหมดมาช่วยทีม กระนั้นสังขารที่ไม่เอื้ออำนวย มันก็เป็นผลให้ปฏิกิริยาเซฟมีความเชื่องช้าลงไปตามสภาพ ส่วนนักเตะที่แจ้งเกิดขึ้นมาอีกคำรบ คงหนีไม่พ้น เฉลิมศักดิ์ อัคขี ที่ฟอร์มติดตาจน มาโน่ ต้องเรียกไปติดทีมชาติ เช่นเดียวกับ อาทิตย์ บุตรจินดา ที่ฟอร์มลุ่มๆดอนๆมานาน สุดท้ายสามารถปล่อยของและความแสบทรวงใส่คู่แข่งได้หลายนัด

      ผลงานในเลกที่ 2 ของ โปลิศ เทโร เอฟซี อยู่รอดแบบไม่ต้องลุ้นถึงนัดสุดท้ายก็จริง แต่จากทรงบอลตลอดฤดูกาลที่ผ่าน ถือว่าไม่มีรูปแบบที่ชัดเจนให้เป็นภาพจำได้ โดยเฉพาะเกมรุกที่เน้นความสามารถมากกว่าระบบ ฉะนั้นหากฤดูกาลหน้าจะยึดทรงบอลแบบนี้ ก็จำเป็นต้องหาผู้เล่นในจำพวกไปกับบอลได้ดีและมีความเร็ว กระนั้นการเก็บตัวผู้เล่นคนสำคัญก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะหากปล่อยเยอะและซื้อน้อย หรือซื้อของไม่ดีมา เป้าหมายที่จะอยู่รอดก็จะยากยิ่งขึ้นไปอีก

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

“แฮร์มิลตันตัวเดียว ทำสะเทือนทั้งลีก”  

สรุปผลงาน หนองบัว พิชญ เอฟซี ในเลกที่ 2 ฤดูกาล 2021/22

การก้าวขึ้นมาสู่ไทยลีก 1 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ หนองบัว พิชญ เอฟซี แถมทำงานผลงานด้วยการเก็บแต้มแบบเป็นกอบเป็นกำ ซึ่งเกินกว่าครึ่งเป็นการคว้าชัยชนะในบ้าน กระทั่ง พิชญ สเตเดี้ยม กลายเป็นนรกสำหรับทีมเยือน และเป็นที่เซอร์ไพรส์สำหรับน้องใหม่ที่ฟอร์มพุ่งกระฉูดเช่นนี้

ก่อนเริ่มเลกที่ 2 บอร์ดบริหารได้จัดการเสริมทัพแบบจัดหนัก โดยเฉพาะการคว้า ทาร์เดลี่ ที่เป็นดีลสะเทือนลีกไทยแบบของแท้ อีกทั้งการมายืนคู่กับ แฮร์มิลตัน มันก็ยิ่งเพิ่มความอันตรายในเกมรุกให้ก้าวไปอีกขั้น ซึ่งการเสริมทัพเช่นนี้ก็ดูสมเหตุสมผล เนื่องจากตลอดเลกแรก แฮร์มิลตัน จัดเป็นเดอะแบกของทีม แล้วเมื่อไรที่ทีมขาดแนวรุกผู้นี้ไป การยิงประตูของทีมก็หายไปและแต้มก็ตกหล่นตามไปด้วย ฉะนั้นการได้ ทาร์เดลี่ เข้ามาช่วย นอกจากจะช่วยแบ่งเบาภาระแล้ว การยิงประตูจะได้มีความสม่ำเสมอ รวมถึงการมองถึงอันดับในตารางให้สูงที่สุด

ผลงานยามเล่นในบ้านในเลกที่ 2 ยังคงเป็นจุดเด่นที่พวกเขามักเก็บ 3 แต้ม เว้นเสียแต่ในที่พบ บุรีรัมย์ ที่หลายฝ่ายจับตาว่าจะเป็นจุดพลิกผันให้ บีจี ปทุม กลับมาเบียดลุ้นแชมป์แบบเต็มตัวหรือไม่ แต่ท้ายที่สุดพวกเขาพ่ายแบบขาดลอยถึง 0-3 ส่วนเกมนอกบ้านยังมีสถิติที่ไม่ค่อยดี โดยกว่าจะคว้าชัยนอกบ้านนัดแรก ก็ต้องรอถึงนัดที่ 24 ที่บุกไปตบสุพรรณบุรี กระนั้นแม้ผลงานนอกบ้านจะไม่ค่อยดี แต่ก็มีเกมที่น่าจดจำ เช่น การบุกไปเสมอ บีจี ปทุม 1-1 แบบน่าชนะ, เกมบุกคว่ำ พีที ประจวบ 2-3 และเกมถล่ม โคราช 0-4 ในปิดฤดูกาล ทำให้เมื่อมองกลับไปที่ตารางคะแนน ทีมที่อยู่ด้านบนล้วนสะดุดกันเป็นทิวแถว นั่นจึงเป็นผลให้พญาไก่ชนของโค้ชวัง พุ่งทะยานและจบฤดูกาลในอันดับ 5 ซึ่งเป็นอันดับที่สูงลิบจนเกือบมีลุ้นคว้าตั๋ว ACL รอบเพลย์ออฟเสียด้วยซ้ำ

การที่ หนองบัว พิชญ เอฟซี เลื่อนชั้นขึ้นมาปีแรกแล้วจบอันดับ 5 ถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงที่ทุกฝ่ายของทีมต้องภาคภูมิใจ แต่อาถรรพ์น้องใหม่ที่มักมีผลงานย่ำแย่ในฤดูกาลที่ 2 ถือเป็นเรื่องที่ทัพพญาไก่ชนต้องตระหนักและไม่เหลิงกับผลงานที่แล้วมา เพราะสิ่งเหล่านี้ได้เกิดให้เห็นมานักต่อนัก มิหนำซ้ำในฤดูกาลหน้า แฮร์มิลตัน ก็ได้เลือกที่จะย้ายทีมออกไป ฉะนั้นการหาตัวแทนเข้ามาถือเป็นเรื่องเร่งด่วน ส่วนผลงานก็อาจต้องมองการหนีตายให้รอดก่อนเป็นเบื้องต้น

ติดตาม ความSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

“ไปไม่สุด เพราะทีมเล็กไป”

สรุปผลงาน ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด ในเลกที่ 2 ฤดูกาล 2021/22

ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2021/22 มีการปรับนโยบายเรื่องขนาดทีม ด้วยจำกัดจำนวนผู้เล่นให้เหลือราว 20-25 คน โดยในจำนวนนี้จะเน้นเก็บตัวไทยและไม่เปลี่ยนโควต้าต่างชาติ ซึ่งในช่วงเริ่มต้นเหมือนจะไม่กระทบต่อทีม แต่เมื่อการแข่งขันผ่านไปเรื่อยๆ กว่างโซ้งมหาภัยเริ่มยืนระยะไม่ไหวและเผชิญกับผลงานอันย่ำแย่ โดยเฉพาะเกมในบ้านที่เก็บชัยได้น้อยนิด กลับกันพอเป็นเกมนอกบ้าน ผลงานดันไฉไลกว่าอย่างเห็นได้ชัด

จากผลงานที่หลุดจากเป้าหมายไปเยอะในเลกแรก ที่ปรึกษาอย่างบิ๊กฮั่น จึงไม่รอช้าที่จะต้องเสริมทัพแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งการเสริมทัพตัวไทยได้ขอยืม สิโรจน์ มาจาก บีจี ปทุม, ยืม นิติพงษ์ จาก การท่าเรือ และโควต้าต่างชาติได้ดึง เก็ทเดอร์สัน เข้ามาแทน บิลล์ โรซิมาร์ ที่ปล่อยยืมตัวไปอยู่ เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ขณะที่โควต้าเอเชียได้ดึง คาโตะ มาแทน โช จีฮุน ที่กลับเกาหลีใต้ โดยการเสริมนักเตะของเชียงราย ในครั้งนี้ แน่นอนว่าพวกเขาหวังถึงแชมป์บอลถ้วย รวมถึงอันดับในลีกที่อย่างน้อยต้องท็อปโฟร์

การเสริมตัวนักเตะข้ามาใหม่ ดูไม่สร้างความแตกต่างไปจากที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะในรายของ เก็ทเดอร์สัน ที่ดูจะไม่ตอบโจทย์และไม่สามารถทดแทนคนเดิมอย่าง บิลล์ ได้ เพราะนักเตะรายนี้เป็นนักเตะประเภทรอยิงในเขตโทษอย่างเดียว ต่างจาก บิลล์ ที่แม้จะเชื่องช้าเหมือนกัน แต่สามารถเชื่อมบอลและจบสกอร์ได้เฉียบคมกว่า เช่นเดียวกับ คาโตะ ที่เล่นไม่โดดเด่นเหมือน โช จีฮุน หรือ อียอง แล ที่เป็นโควต้าเอเชียก่อนหน้านี้ ขณะที่นักเตะไทยอย่าง นิติพงษ์ ยังคืนฟอร์มเก่งแบบวันวานไม่ได้ และที่ดูจะล้มเหลวที่สุดคงหนีไม่พ้น สิโรจน์ ที่ยังโชว์ฟอร์มไม่ออกอีกครั้ง และน่าจะเป็นนักเตะรายแรกๆที่ต้องปล่อยออก

ผลงานแบบภาพรวมของ ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด กับการจบอันดับที่ 6 ถือว่าเป็นไปตามเนื้อผ้า ถ้าดูจากจำนวนขุมกำลังที่มีอยู่ แต่หากมองจากเป้าหมายของผู้บริหาร ที่ต้องการมีลุ้นแชมป์และคว้าถ้วยใดถ้วยหนึ่งแบบต่อเนื่องมันก็เป็นไปได้ยาก เพราะขุมกำลังนักเตะไทยมีน้อย ตัวต่างชาติที่เคยปังเริ่มโรยราตามอายุ และที่สำคัญคือการเสริมทัพช่วงพักเลกที่ไม่ปังอย่างที่คาด ผลงานจึงดูน่าผิดหวังสำหรับผู้บริหารที่ตั้งเป้าสูง ฉะนั้นในฤดูกาลหน้า การเสริมทัพที่ตรงจุดและจัดสรรคงบให้เพียงพอ คือ การบ้านใหญ่ที่จะต้องให้สำคัญ เพราะหากมีระบบจัดการทีมที่ดี แล้วมีวัตถุดิบที่ดีตามไปด้วย ผลงานที่ดีก็ย่อมหวังได้

ติดตาม ความSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

ชลบุรี เอฟซี ในเลกที่ 2

สรุปผลงาน ชลบุรี เอฟซี ในเลกที่ 2 ฤดูกาล 2021/22 “ผลงานไม่ปัง เพราะฉลามพิการ”

การจบเลกแรกในอันดับที่ 3 ถือเป็นผลงานที่น่าพึงพอใจสำหรับ ชลบุรี เอฟซี เพราะโครงสร้างทีมเน้นใช้ตัวเยาวชนเป็นแกนหลัก ผสมกับต่างชาติที่ผ่านการคัดเกรดเพื่อเข้ามาประคองเด็กๆ นั่นจึงเป็นผลให้ทัพฉลามชลมีส่วนผสมที่ลงตัว และไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเสริมทัพในเลกที่ 2 เพราะมั่นใจในศักยภาพทีม

การเสริมทัพของ ชลบุรี เอฟซี ฮือฮาที่สุดคงหนีไม่พ้น ฟาอิค โบเกียห์ ซึ่งเป็นทายาทของราชวงษ์แห่งบรูไนที่มีสินทรัพย์ร่ำรวยติดอันดับโลก มาเสริมเกมทางริมเส้น ส่วนการปล่อยตัวผู้เล่นออกก็ได้ทำการขาย วรชิต ที่ปลุกปั้นมาตั้งแต่ 10 ขวบ ให้ บีจี ปทุม ด้วยราคา 36 ล้านบาท ส่วนการแข่งขันในเลกที่ 2 ผลงานเหมือนจะดีต่อเนื่อง แต่ทำไปทำมาดันออกอาการแบบช่วงต้นเลกแรก กล่าวคือ ผลงานดรอปไปดื้อๆ มิหนำซ้ำตัวผู้เล่นต่างชาติดันทยอยเจ็บแบบครบทีม จนถึงนัดที่ออกไปเยือน สุพรรณบุรี ที่ทั้งเสียตัวผู้เล่นเพราะโดนใบแดงและเสียตัวผู้เล่นระหว่างเกมเพราะอาการบาดเจ็บ ทำให้ในเลกที่ 2 โค้ชเตี้ยไม่สามารถจัดทีมแบบเต็มอัตราศึกได้เลย

การขาดหายไปของ วรชิต ดูจะไม่มีผลกระทบกับ ชลบุรี เพราะก่อนที่เจ้ายิมจะย้ายออกไป เจ้าตัวก็โดดเด่นเป็นบางนัดเท่านั้น ขณะที่การเข้ามาของ ฟาอิค โบเกียห์ ดูจะเป็นดีลที่คุ้มค่าไม่น้อย เพราะด้วยลีลาการกระชากบอลทางริมเส้น มันมักไปถึงเพื่อนที่รออยู่หน้าประตู กระนั้นแนวรุกชาวเกาหลีใต้อย่าง ยู บยอง ซู อยู่ๆได้เกิดอาการสากเข้าสิงห์และใช้โอกาสเปลื้อง อย่างไรเสียด้วยความที่แนวรุกประสบอาการบาดเจ็บกันหมด ทำให้ ยู ที่แม้จะโดนวิจารณ์อยู่เรื่อยๆ ได้โอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องและยังดีที่สามารถยิงประตูสำคัญให้ทีมได้ตลอด

การที่ ชลบุรี เอฟซี จบอันดับที่ 7 ของตาราง ดูเหมือนจะน่าผิดหวัง เพราะด้วยการเสริมตัวต่างชาติแบบจัดเต็ม แต่หากมองจากสภาพขุมกำลังที่ไม่เคยอยู่ในสภาพสมบูรณ์ให้โค้ชเตี้ยได้จัดเลย มันก็พอจะเข้าใจได้ กระนั้นตัวที่เป็นดั่งความหวังสุดท้ายอย่าง ยู บยอง ซู ดันฟอร์มตก จนไม่สามารถช่วยฉุดโมเมนตัมของทีมให้ขึ้นมาได้ ส่วนในฤดูกาลถัดไป ฉลามชลต้องเผชิญต่อความท้าทายอีกครั้งกับการหานักเตะต่างชาติ โควต้าเอเชีย และอาเซียน เข้ามาแทนตัวที่ออกไป โดยหากหามาและทดแทนได้ ผลงานที่ดีก็สามารถหวังได้ แต่หากหามาแล้วไม่รุ่ง ผลงานของทีมก็อาจจะวนๆเวียนๆเหมือนในปีที่พึ่งผ่านพ้นไป

ติดตาม ความSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

“กว่างทำแต้มหลุด”

“กว่างทำแต้มหลุด” เชียงราย สุดเสียดาย ได้แค่เจ๊า เชียงใหม่ ทีมบ๊วย 0-0

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 28 เป็นเกมแข่งขันล่วงหน้าเพราะ ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด เจ้าถิ่น จะต้องเป็นตัวแทนไปเล่น ACL รอบแบ่งกลุ่ม โดยในเกมนี้พวกเขาหมายมั่นปั้นมือว่าจะเอา 3 แต้ม จากทีมบ้านใกล้เรือนเคียงที่ดูจะเชือดไม่ยาก เพื่อเกาะกลุ่มหัวตารางให้ได้  ส่วนทางฝั่ง เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ด้วยสภาพทีมและผลงานที่ไม่ชนะใครยาวนาน มันก็น่าจะต้องจำยอมต่อการร่วงกลับไปสู่ลีกรอง กระนั้นหากรับแน่น สวนคมๆ มันก็ยังพอจะมีโอกาสเหลืออยู่ สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านใช้ 4-4-1-1 ส่วนทีมเยือนปรับเป็น 3-4-3

ลีโอ เชียงราย ดูเหนือกว่าเล็กน้อยเท่านั้น เพราะการต่อบอลช้าจนไม่ไหลลื่นทั่วสนาม อีกทั้งยังจ่ายขาดๆเกินๆบ่อย แต่ก็ยังมีจังหวะได้พาบอลขึ้นไปจนได้จบสกอร์ ส่วนทางฝั่งเชียงใหม่ แนวรับยังเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งเล่นง่ายเหมือนเคย แต่ยังไม่โดนยิงเพราะเจ้าบ้านไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดี เช่นเดียวกับเกมรุกที่พอเจอคู่แข่งรับต่ำ การเจาะพื้นที่อันตรายไม่สามารถเข้าไปได้ สุดท้ายต้องอาศัยการยิงไกลเป็นหลัก

ช่วงต้นครึ่งหลัง เชียงใหม่ พยายามเน้นย้ำแนวรุกอย่าง บิลล์ และ เอกนิษฐ์ ให้ทำชิ่งเร็ว ซึ่งสร้างโอกาสได้ แต่ดันยิงไม่เข้า จากนั้นกลายเป็นเกมของ เชียงราย ที่มีการปรับให้ตัวริมเส้นพยายามจ่ายบอลเข้าแดนอันตรายในระยะที่ใกล้ขึ้น ส่วนตัวรอบอลก็ต้องหาพื้นที่และรอรับบอลให้ได้ นั่นจึงเป็นผลให้กว่างโซ้งมีโอกาสเป็นระยะๆ จนกดหัวทีมเยือนอยู่ กระนั้นด้วยจังหวะจบที่ไม่ค่อยชัดแจ้ง มันก็เป็นผลให้พวกเขาไม่ได้ประตู กระทั่งหมดเวลาการแข่งขัน

บทสรุปจากเกม ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด มีศักยภาพและรูปเกมที่เหนือกว่าคู่แข่ง แต่ในครึ่งแรกเล่นผิดฟอร์ม จนในครึ่งหลังมีการปรับแก้และรูปเกมดีขึ้น กระนั้นด้วยความไม่เด็ดขาดพอ มันก็เลยเป็นผลให้กว่างโซ้งได้แค่แต้มเดียว ซึ่งถือเป็นความเสียหายและอาจมีผลให้พวกเขาไปไม่ถึงเป้าหมาย ขณะที่ เชียงใหม่ ยูไนเต็ด เป็นรองตามศักยภาพ แต่การได้ 1 แต้ม ในวันนี้ ถือเป็นดวงเฮงของทีม เพราะตลอดทั้งเกม พวกเขาเปิดช่องให้คู่แข่งเล่นงานตลอด แต่คู่แข่งดันทำไม่ได้เอง ส่วนเกมรุกก็เล่นอย่างเข้าขาแค่ไม่กี่คน ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่สามารถเจาะแนวรับที่เชี่ยวชาญการรับต่ำได้ กระนั้นการมี 1 แต้ม ในเกมนี้ คงไม่น่าเพียงพอต่อการอยู่รอด หากดูระยะห่างจากโซนปลอดภัย

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

“คว้าแชมป์สำเร็จ เพราะเลือกเปลี่ยนเร็ว”

สรุปผลงาน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในเลกที่ 2 ฤดูกาล 2021/22

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จบเลกแรกด้วยการเป็นจ่าฝูง ซึ่งหากมองผ่านๆก็นับเป็นผลงานที่น่าพอใจ แต่สำหรับนายใหญ่อย่าง เนวิน ชิดชอบ ยังไม่ประทับใจ ทำให้เลือกที่จะปรับและเปลี่ยนทันที แล้วการตัดสินใจเร็วครั้งนี้ก็ได้เป็นตัวแปรให้ทีมคว้าแชมป์ในบั้นปลาย แม้จะมีเสียวมีเกร็งในช่วงท้าย แต่ที่สุดก็คว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 7 มาครองได้

ในช่วงพักเลกแรก บุรีรัมย์ จัดการปลด การ์ม่า ออกจากตำแหน่ง แม้จะพาทีมจบตำแหน่งจ่าฝูง ซึ่งหากดูจากรูปแบบและฟอร์มการเล่น มันได้เห็นถึงความกระท่อนกระแท่น ความไม่คงเส้นคงวา และระบบหลัง 3 ที่ดูไม่สร้างสรรค์อีกต่อไปแล้ว ส่วนกุนซือใหม่ที่ดึงมาร่วมงานก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล เพราะคนคนนั้น คือ มาซาทาดะ อิชิอิ ที่เลือกทิ้งสมุทรปราการ ซิตี้ แบบกลางทาง เพื่อมารับงานใหญ่ที่ชาติตระกูลสูงกว่า พร้อมกันนั้นยังได้ดึงสตาฟญี่ปุ่นเข้ามาทำงานในทีมชุดใหญ่จนถึงชุดเยาวชน

ในเรื่องของขุมกำลังนักเตะ บุรีรัมย์ ได้เรียกเจ้าพี ศศลักษณ์ กลับมา พร้อมกับดึงเด็กเก่าอย่าง ธีราทร มาร่วมทีมอีกครั้ง ขณะที่ตัวต่างชาติก็ได้ มาซิก้า และ โบลินกี้ เข้ามาเสริมแนวรุก ซึ่งการเสริมตัวในรอบนี้ มันได้เห็นถึงความอันตรายทางฝั่งซ้าย โดยมี ธีราทร เป็นตัวเอก แล้วด้วยความอันตรายตรงนี้ มันก็เป็นผลให้ทัพปราสาทสายฟ้าเดินหน้ากวาดแต้มและทำคะแนนทิ้งห่างทีมตาม

โดยเฉพาะการเฉือน ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด 1-0 ในบ้าน มิหนำซ้ำระยะห่างของแต้มก็มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะทีมตามดันสะดุดเองอยู่ร่ำไป กระทั่งเกมในบ้านนัดที่ 26 กับ บีจี ปุทม ยูไนเต็ด ซึ่งขอแค่เก็บชัยก็จะคว้าแชมป์ทันที แต่สุดท้ายดันโดนทีเด็ดของ สารัช จนต้องแพ้คาบ้าน 0-1 จากนั้นกลายเป็น บุรีรัมย์ กดดันตัวเองจนสะดุดเสมอแบบรัวๆ ทำให้ทีมตามอย่าง บีจี ปทุม ที่เหมือนจะหมดลุ้นไปแล้ว เหมือนผีฟื้นจากหลุม อย่างไรเสียยอดทีมจากอีสานใต้ก็ปิดจ็อบของตัวเองได้ จากเกมบุกถล่ม หนองบัว พิชญ เอฟซี 0-3

การกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์ไทยลีกอีกครั้งของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ดูน่าเกรงขามในช่วงต้นเลก 2 เพราะมันได้เห็นรูปแบบการเล่นที่ต่างออกในยุคอิชิอิ แต่จุดติที่ต้องกลับไปทบทวน คือ ช่วงโค้งสุดท้ายที่อยู่ๆดันเครื่องสะดุด ซึ่งยังดีที่ตุนแต้มมาเยอะ มิเช่นนั้นอาจโดนแซงและน้ำตาตกเหมือนปีที่ผ่านๆมา

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

พีที ประจวบ เอฟซี

สรุปภาพรวม พีที ประจวบ เอฟซี ในเลกที่ 1 ฤดูกาล 2021/22

นับตั้งแต่เลื่อนชั้นขึ้นมาเมื่อปี 2018 พีที ประจวบ เอฟซี ได้สร้างปรากฏการณ์ด้วยการจบอันดับที่ 6 พร้อมกับการลงเล่นในบ้านที่เป็นจุดแข็ง อีกทั้งยังเคยทำโหดด้วยการถล่ม เมืองทอง ที่ในยุคนั้นอุดมไปด้วยแข้งทีมชาติถึง 6-1 จนเวลาผ่านไปไม่นาน พวกเขาสามารถไปถึงการคว้าแชมป์โตโยต้า ลีกคัพ เมื่อปี 2019 แต่กระนั้นก่อนฤดูกาลนี้จะเริ่มขึ้น โค้ชวัง ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล กุนซือที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่วันแรกที่เลื่อนชั้น ได้อำลาและโยกย้ายไปคุมทีมอื่น ทำให้ฤดูกาลนี้มีความหวาดหวั่นไม่น้อย ว่าสภาพทีมจะไม่เหมือนเดิม

      โค้ชวัง ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล โยกย้ายไปคุม หนองบัว พิชญ เอฟซี ซึ่งเป็นน้องใหม่อีกทีมที่พึ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาจากไทยลีก 2 ทำให้ทางฝั่ง พีที ประจวบ เอฟซี ต้องหาโค้ชคนใหม่และลงเอยด้วยการดึง มาซามิ ทากิ กุนซือ ชาวญี่ปุ่นที่พึ่งหมดสัญญากับ ระยอง เอฟซี ที่พึ่งตกชั้นลงไป โดยจากผลงานที่ผ่านมาของ ทากิ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีและน่าจะช่วยทีมให้อยู่รอดปลอดภัยแบบสบายๆได้

พีที ประจวบ เอฟซี ปรับเปลี่ยนมาเล่นระบบ 4-4-2 ตามสไตล์โค้ชญี่ปุ่น อีกทั้งยังมีทรงบอลที่เข้าท่าในนัดเปิดสนามกับ เมืองทอง จากนั้นชัยชนะนัดแรกมาในเกมที่ 4 จากการบุกแซง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด 1-2  ส่วนชัยชนะอีกนัดมาจากเกมบุกไปเยือน เชียงใหม่ ยูไนเต็ด แต่หลังจากนั้นไม่สามารถเก็บ 3 แต้มได้อีกเลย โดยเกมในบ้านที่เคยเป็นจุดแข็ง กลับกลายเป็นไม่ชนะตลอดเลกแรก ทำให้การมีคะแนนหลักเดียว ส่งผลให้ต่อพิฆาตเริ่มลงมาอยู่ในโซนแดง สุดท้ายเกมที่บุกไปพ่าย หนองบัว พิชญ เอฟซี คือ วันชะตาขาดของ ทากิ กับการโดนปลด

      พีที ประจวบ เอฟซี เลือกจะเปลี่ยนเร็วเพื่อไม่ให้สถานการณ์ย่ำแย่ไปกว่านี้ อีกทั้งการเร่งหาโค้ชใหม่เสียตั้งแต่ตอนนี้ มันจะเป็นผลดีตรงที่โค้ชใหม่มีเวลาปรับจูนทีม ซึ่งสุดท้ายได้ปิดดีลกับ โค้ชหระ อิสระ ศรีทะโร โดยให้เข้ามาคุมตั้งแต่เกมนัดที่ 14 กับ โปลิศ เทโร เอฟซี กระทั่งจบเลกแรกลงไป บอร์ดบริหารของทัพต่อพิฆาต ได้จัดการเสริมนักเตะถึง 9 ราย โดยแบ่งเป็นอาเซียน 2 ราย คือ แพทริค ไรเชลท์ กับ อามิน นาซารี โควตาเอเชีย  1 ราย คือ ซุนนี ซะอัด ขณะที่นักเตะไทยจะมี นุกูลกิจ ครุฑใหญ่, ประวีณวัช บุญยงค์, อภิวิชญ์ เสมอเหมือน, ศรุฒ ณะศรี และ 2 ฝาแผดอย่าง ทิตาธร กับ ทิตาวีร์ อักษรศรี ซึ่งหากดูจากดีกรีของนักเตะทั้งหมด กับฝีมือของโค้ชหระ ก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่ายอดทีมแห่งเมืองสามอ่าว จะสามารถยกระดับตัวเองขึ้นมาได้ แต่จะรอดหรือร่วง ก็คงต้องตามไปลุ้นกัน

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover

Categories
Sport

ขอนแก่น ยูไนเต็ด

สรุปภาพรวม ขอนแก่น ยูไนเต็ด ในเลกที่ 1 ฤดูกาล 2021/22

นี่คือทีมสุดท้ายที่ได้เลื่อนชั้นจากไทยลีก 2 สู่ไทยลีก 1 ด้วยวิธีการจากการเพลย์ออฟ แถมยังยื้อไปถึงช่วงการดวลจุดโทษ ฉะนั้นจึงไม่แปลกหากกูรู หรือแฟนบอลโดยทั่วไปจะมองว่า ขอนแก่น ยูไนเต็ด เป็นทีมเต็งที่จะร่วงตกชั้น กระนั้นจากการแข่งขันในเลกแรกที่ผ่านมา จงอางผยองได้กลายเป็นอีกทีมที่สร้างผลงานระดับเซอร์ไพรส์เลยทีเดียว

      ขอนแก่น ยูไนเต็ด ได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่ไทยลีก 1 เป็นทีมสุดท้าย ซึ่งช้ากว่า 2 ทีมที่ขึ้นมาแบบอัตโนมัติราว 1 เดือน นั่นจึงเป็นผลให้แผนทำทีมและการเข้าสู่ตลาดซื้อขายนักเตะ ต้องล่าช้าและเสียเปรียบทีมอื่น กระนั้นการเสริมทัพของพวกเขา ก็ได้ตัวนักเตะระดับไทยลีกมาร่วมทีม รวมถึงการได้ ฮิบสัน เมโล่ ในโควตาต่างชาติ ซึ่งหากมองในตอนต้น มันก็พอที่จะหวังหนีตายได้

ขอนแก่น ยูไนเต็ด ใช้ระบบ 3-5-2 เป็นแผนเบื้องต้นสำหรับการลงเล่น โดยชัยชนะนัดแรกเกิดขึ้นตั้งแต่เกมนัดที่ 2 ของฤดูกาล เหนือ พีที ประจวบ จากนั้นเมื่อต้องมาเล่นในบ้านอีกหน พวกเขาต้องเจอกับฝันร้ายด้วยการโดน ชลบุรี บุกมาถล่ม 0-7 ซึ่งหลังจากนั้นจงอางผยองก็เป๋ไปหลายนัด จนเริ่มถูกมองน่าจะต้องหนีตาย แต่สุดท้ายพวกเขากลับมาได้ด้วยการชนะ หนองบัว ในดาร์บี้แมตช์อีสาน

และบุกไปตบสุพรรณบุรี 2-4 แบบนำไปก่อน 0-4 ตั้งแต่ครึ่งแรก ทำให้ความมั่นใจเริ่มกลับมา แต่กระนั้นเกมฟุตบอลก็เหมือนชีวิตของคน ที่ย่อมมีสุขและทุกข์สลับกันไป เพราะในเกมที่เปิดบ้านรับ ทรู แบงค็อก มันได้เกิดดราม่ากับการให้จุดโทษแก่ทีมเยือนแบบค้านสายตา จากนั้นกรรมการก็มาให้จุดโทษแก่พวกเขาแบบค้านสายตาเหมือนกัน แต่ เมโล่ ดันยิงออกไป

      รูปแบบการเล่นของ ขอนแก่น ยูไนเต็ด จะเน้นเกมรับให้รัดกุม แล้วอาศัยการโต้กลับด้วยการวางบอลไปให้ เมโล่ ได้ฉายเดี๋ยว หรือให้ จักกริช กับปีกทั้ง 2 ข้าง เป็นตัวพาบอลขึ้นไปป้อนให้กับดาวเตะชาวบราซิล ฉะนั้น เมโล่ จึงกลายเป็นเดอะแบกที่ทีมจะขาดไปเสียมิได้ เพราะหากวันไหนขาดหายไป เกมรุกก็แทบจะจบสิ้น

ซึ่งตรงจุดนี้บอร์ดบริหารมองเห็นถึงปัญหา จึงจัดการดึง โรมูโล่ ที่เคยค้าแข้งกับหลายสโมสรในเมืองไทยมาร่วมทีม โดยการเข้ามาผนึกกับกำลังกับ เมโล่ น่าจะช่วยให้เกิดการประสานในเกมรุก อีกทั้งยังช่วยแบ่งเบาภาระซึ่งกันและกัน นอกจากนี้น้องใหม่จากแดนอีสาน อาจมองถึงการจบฤดูกาลด้วยอันดับกลางตารางก็เป็นได้  

ติดตาม ข่าวSport ในทุกสัปดาห์ได้ที่ tarutaofc.com

FB : Sport lover